หลังจากเหตุการสำคัญของตลาด Bitcoin อย่างการ Halving ที่เหล่านักลงทุนต่างตั้งตารอคอยได้ผ่านไป การเปลี่ยนแปลงทางด้านราคาในตลาดนั้นกลับไม่ได้เกิดขึ้นมากอย่างที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ แต่ทั้งนี้ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความน่าสนใจและอาจเป็นสัญญาณสำคัญถึงทิศทางเปลี่ยนแปลงในตลาดได้

ระยะเวลาการประมวลผลธุรกรรมที่ลดลง

โดยปกติแล้วในเครือข่ายของ Bitcoin นั้นเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปถึงข้อจำกัดทางด้านการประมวลผลธุรกรรมของเหรียญดังกล่าวที่จำกัดอยุ่เพียงไม่กี่ธุรกรรมต่อวินาทีเท่านั้น ซึ่งในระยะเวลาในระหว่างการประมวลผลนั้นเริ่มตั้งแต่การรวมสายธุรกรรมเข้ากับ Block ใหม่ที่ขุดได้ไปจนถึงการกระจายข้อมูล Block ใหม่ดังกล่าวไปกระจายเก็บไว้บน Ledger สาธารณะอื่นๆ เป็นต้น

อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสำคัญอย่าง Blockchain.com แล้วจะพบถึงการเปลี่ยนแปลงของระยะเวลาที่ใช้ในการประมวลผลธุรกรรมหนึ่งธุรกรรม โดยระยะเวลาดังกล่าวแตะจุดสุงสุดในช่วงวันที่ 16 พฤษภาคม ซึ่งใช้เวลามากกว่า 340 นาทีหรือเกือบหกชั่วโมงเลยทีเดียว ซี่งเรียกได้ว่าเป็นระยะเวลาที่นานมากในการประมวลผลธุรกรรมสำหรับบริการทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อมูลล่าสุดในช่วงเช้าของวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมานี้จะพบว่าระยะเวลาในการประมวลผลดังกล่าวนั้นลดต่ำลงมาอยู่ที่เพียง 27.7 นาทีต่อธุรกรรมเท่านั้น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการลดลงกว่า 92% จากจุดสูงสุดในช่วงไม่กี่เดือนก่อน

ไม่ได้ลดลงแค่เวลา แต่ค่าธรรมเนียมก็ถูกลงด้วย

นอกจากระยะเวลาในการประมวลผลธุรกรรมที่ลดลงแล้ว ค่าธรรมเนียมซึ่งผู้ใช้งานเครือข่ายต้องเสียเมื่อมีการโอนเหรียญระหว่างบัญชีนั้นกลับลดลงด้วยเช่นเดียวกันจากในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยมีจุดสูงสุดที่ราวๆ 6.6 ดอลลาร์ต่อธุรกรรม แต่ในช่วงเช้าของวันที่ 16 ที่ผ่านมานี้ได้ลดลงมาเหลือแค่หนึ่งดอลลาร์ต่อธุรกรรมเท่านั้นอีกด้วย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงราวๆ 85% จากเดิม

สาเหตุหลักคืออัตราธุรกรรมซึ่งรอการประมวลบนเครือข่ายที่ลดลง

ข้อมูลจาก Blockchain.com นั้นได้แสดงให้เห็นถึงปริมาณธุรกรรมที่ตกค้างอยู่บนเครือข่ายซึ่งยังไม่ถูกประมวลผล หรือที่เรียกว่าปริมาณของ Mempoolในระบบ ซึ่งได้แตะระดับสูงสุดที่กว่า 95 MBในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมและได้ลดต่ำลงอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันอัตรา Mempool โดยรวมนั้นอยู่ที่ระดับราวๆ 7  MB

ทั้งอัตราค่าธรรมเนียมในการดำเนินธุรกรรมและระยะเวลาที่ใช้ในการประมวลผลธุรกรรมนั้นแปรผันตรงกับอัตราผู้ใช้งานบนระบบ เมื่อมีการใช้งานจนถึงขีดจำกัดการประมวลผลที่ระบบจะรับได้นั้นจะเริ่มมีการจัดลำดับรายการธุรกรรมที่จะได้รับการประมวลผลก่อนหลัง โดยวัดจากอัตราค่าธรรมเนียมที่ผู้ทำธุรกรรมต้องการจ่ายให้ผู้ประมวลผลในเครือข่าย

ดังนั้นแล้ว ความต้องการที่จะให้ธุรกรรมได้รับการประมวลผลนั้นจึงได้ส่งให้อัตราค่าธรรมเนียมนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งเมื่อมีรายการธุรกรรมจำนวนมาก แม้ว่าจะมีการจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงก็ไม่อาจทำให้การประมวลผลนั้นรวดเร็วกว่าที่ขีดจำกัดของระบบจะรับได้นั่นเอง

หากสนใจสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก Blockchain.com