บริษัทแปรรูปเนื้อสัตว์สัญชาติบราซิล ซึ่งเป็นธุรกิจแปรรูปอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง JBS S.A. กำลังตกเป็นเป้าสายตาของสังคม ทั้งยังโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากพวกเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการสนับสนุนการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมายในป่าดิบชื้นแอมะซอน และนี่ก็ถึงคราวที่พระเอกของเราอย่าง Blockchain ต้องออกโรง เพราะบริษัทดังกล่าวกำลังนำเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตประเภทนี้มาสร้างวิธีแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนใคร

แล้ว Blockchain จะช่วยยักษ์ตนนี้ได้อย่างไร?

สำนักข่าว Reuters ได้รายงานว่า JBS S.A. ให้สัมภาษณ์โดยกล่าวถึงแผนการของพวกเขาที่จะเปิดตัวระบบตรวจสอบย้อนกลับบนพื้นฐานของ Blockchain สำหรับห่วงโซ่อุปทานเนื้อสัตว์ เพื่อให้แน่ใจว่าทางองค์กรจะไม่ซื้อปศุสัตว์จากฟาร์มที่ตรวจสอบพบว่ามีการโค่นต้นไม้อย่างผิดกฎหมาย

เมื่อเกิดปัญหาจึงต้องหาทางแก้

ก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้ตรวจสอบการเชื่อมโยงเพียงแค่ในขั้นสุดท้ายของห่วงโซ่อุปทานเนื้อสัตว์เท่านั้น ซึ่งนี่หมายความว่าฟาร์มปศุสัตว์กว่า 50,000 แห่งในบราซิลที่ทำธุรกิจกับ JBS อาจจะได้รับวัวจากซัพพลายเออร์รายย่อยผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมาย โดยสำนักข่าวในสหราชอาณาจักรอย่าง The Guardian ได้รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งอ้างว่า JBS S.A. ได้มีการติดต่อกับซัพพลายเออร์รายย่อยอย่างน้อยหนึ่งรายที่ถูกลงโทษจากการตัดส่วนต่าง ๆ ของป่าดิบชื้นแอมะซอนเพื่อเพิ่มขนาดทุ่งหญ้าของพวกเขา

Gilberto Tomazoni ซีอีโอของ JBS

จากรายงานเหล่านี้ทำให้ Gilberto Tomazoni ซีอีโอของ JBS ต้องออกมาแสดงมาตรการรับมือ โดยเขากล่าวว่าทางบริษัทมีแผนที่จะตรวจสอบซัพพลายเออร์วัวรายย่อยทั้งหมดภายในปี 2025 โดยใช้ระบบติดตามข้อมูลที่มีพื้นฐานบนบล็อคเชน

“ปัจจุบันบริษัทไม่ได้ตรวจสอบซัพพลายเออร์รายย่อยเลยแม้แต่น้อย ซึ่งที่จริงแล้วก็ไม่มีบริษัทใดในตลาดทำเช่นนั้น แต่เราได้วางแผนที่จะปิดช่องว่างนี้โดยการใช้เทคโนโลยี"

โดยยักษ์ใหญ่ด้านการแปรรูปเนื้อสัตว์มีแผนจะเริ่มกระบวนการการตรวจสอบในปี 2021 ที่รัฐ Mato Grosso ประเทศบราซิลเป็นลำดับแรก ซึ่งมีรายงานว่าพบการตัดไม้ทำลายป่าใน Amazon ถึง 31% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ทาง JBS ยังได้พัฒนาโปรแกรมติดตามอีกตัวที่คล้ายกันซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานเนื้อสัตว์สำหรับบริษัทย่อยของพวกเขาที่ดำเนินการนอกบราซิล ในชื่อเรียกว่า “From Paddock to Plate” หรือ จากคอกสู่จาน