ตลาดกัญชาจะนำ Blockchain มาใช้งานได้อย่างไร? แล้วมันจะช่วยผลักดันกฎหมายให้มีการรองรับกัญชาเพิ่มมากขึ้นไหม? เป็นคำถามที่น่าฉุกคิดมาก ๆ ซึ่งมีบทความที่น่าสนใจที่จะมาพูดถึงว่าการนำ Blockchain จะใช้กับ Supply Chain ของอุตสาหกรรมกัญชามันทำได้อย่างไรเอามาแชร์ให้ทุกคนได้อ่านเพลิน ๆ กัน

กัญชาเสรีที่ยุโรป

ประเทศเนเธอร์แลนด์เขามีองค์กรสำหรับกัญชาโดยเฉพาะเรียกว่า “Cannabinoid Association of the Netherlands (CAN)” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันเชิงพาณิชย์ (คอนโซเทียม) ระหว่างผู้ผลิตกัญชาในฐานะที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลของเนเธอร์ ซึ่งได้มีประกาศออกมาว่าองค์กรดังกล่าวได้สร้างเครื่องมือไว้ใช้ติดตามผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกัญชาตั้งแต่กระบวนการผลิตกันเลย

เหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ CAN ออกเครื่องมือใหม่นี้มาก็เพื่อต้องการผลักดันให้สหภาพยุโรปให้ความชัดเจนว่าจะจัดหมวดหมู่กัญชาเป็น “อาหารใหม่ (Novel Food)” หรือไม่

ในขณะนี้หน่วยงานกลางด้านอาหารในสหภาพยุโรป รวมถึงอังกฤษได้อนุญาตให้มีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านกัญชาได้ในร้านค้าปลีกทั่วไปตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป

เมื่อความชัดเจนทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับกัญชายังไม่ชัดเจน เครื่องมือที่ออกมาใหม่ของ CAN คาดว่ามาช่วยทำให้การออกกฎหมายเกี่ยวกับกัญชามีความง่าย และมีแนวทางที่เหมาะสมมากำกับอุตสาหกรรมกัญชาได้ดียิ่งขึ้น

เครื่องมือดังกล่าวที่นำมาใช้ตรวจสอบซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมกัญชายังเปิดให้ใช้งานฟรี ๆ ด้วยที่ cancheck.org ซึ่งผู้บริโภคก็สามารถสแกน QR Code บนผลิตภัณฑ์ หรือในใบปลิวที่แปะอยู่ตามร้านค้าเพื่อดูว่าผลิตภัณฑ์กัญชานี้ผ่านมาตรฐานของ CAN

แคลิฟอร์เนียใช้ Blockchain กับอุตสาหกรรมกัญชาเหมือนกัน

แคลิฟอร์เนียก็ผลักดันให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านกฎหมายของอุตสาหกรรมกัญชาโดยมีการเสนอให้นำ Blockchain มาใช้เป็นวิธีการติดตามเพื่อให้แน่ใจว่ามีการเก็บบันทึกอย่างถูกต้อง ไปจนกระทั่งถึงใช้กับการเก็บภาษีและการกำหนดมาตรฐานที่ดีขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมกัญชา ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่เพราะว่าแคลิฟอร์เนียเปิดตลาดให้มีการค้าขายกัญชาอย่างเสรี

น่าสนใจมาก ๆ ที่ฝั่งตะวันตกไม่ได้มีการปิดกั้นอุตสาหกรรมกัญชาและพร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และที่สำคัญคือมีการนำประโยชน์ของเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ด้วย ส่งเสริมทั้งเทคโนโลยี Blockchain และเปิดเสรีให้กัญชาไปพร้อม ๆ กัน