เนื่องจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาต่ออุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล ทำให้เราได้เห็นสภาวะตลาดกระทิงหรือตลาดช่วงขาขึ้นของ Bitcoin อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

และการระบาดใหญ่ยังนำเราไปสู่ยุค New Normal ที่การชำระเงินจะเปลี่ยนแปลงมาเป็นแบบไม่ต้องมีการสัมผัสอีกต่อไป โดยบุคคลส่วนใหญ่นั้นมองว่าสกุลเงินดิจิทัลนั้นเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยต่อภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากการอัดฉีดเงินตราเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่พบเห็นได้ทั่วโลก แต่ดูเหมือนว่า Morgan Stanley วาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐยังไม่ได้คิดแบบนั้น

มารู้จักกับ Safe Haven กันก่อน

สินทรัพย์แบบไหนจะอยู่รอดปลอดภัย ในวันที่สถานการณ์โลกไม่สงบ? นี่คือคำถามที่เหล่านักลงทุนจะต้องคำนึงถึงเสมอ เพราะการจะหวังพึ่งแต่หุ้นที่มีผลตอบแทนมหาศาล แต่ก็มีความเสียงจากอัตราการผันผวนที่สูงลิ่วจะไม่ส่งผลดีในระยะยาวแน่นอน ยิ่งประสบกับสภาวะที่อะไร ๆ ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ด้วยแล้วล่ะก็ การจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ใด ๆ ก็ตามจะต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่งั้นรับรองได้ว่ามีเจ็บตัวหนักแน่นอน และนี่จึงเป็นที่มาของ “Safe Haven” หรือสินทรัพย์หลบภัยของเหล่านักลงทุนนั่นเอง

Safe Haven ที่รู้จักกันโดยทั่วไปจะมีด้วยกัน 5 อย่าง ได้แก่

1.ทองคำ
2. พันธบัตรรัฐบาล
3. หุ้นตั้งรับ (Defensive Stock)
4. เงินสกุลใหญ่ ๆ ที่ความมั่นคงสูง
5. เงินสด

แล้วสถาบันทางการเงินระดับโลกรายนี้คิดเห็นอย่างไร?

Morgan Stanley นั้นยังคงสนับสนุนการลงทุนด้วยธนาบัตรอยู่ แม้สกุลเงินอย่างดอลลาร์สหรัฐจะร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 27 เดือนในสัปดาห์นี้เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ปี 2018 ก็ตาม โดยพวกเขาได้แสดงความคิดเห็นว่า

“เรายังคาดการณ์ว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) นั้นจะยังเป็นสกุลเงินที่ถือครองตำแหน่ง Safe Haven ที่ดีที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯนั้นต่ำลงทำให้สกุลเงินดังกล่าวเป็นสกุลเงินที่น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับการทำ Carry Trade”

* Carry Trade เป็นการกู้ยืมเงินในสกุลที่ให้ผลตอบแทนต่ำ หรือเรียกว่าสกุลเงินระดมทุน (Funding currency) เพื่อมาซื้อสินทรัพย์ที่อยู่ในสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

นักวิเคราะห์กล่าวเพิ่มเติมว่า สกุลเงินดอลลาร์นั้นจะยังคงอยู่ในช่วงกราฟขาลงต่อไปและคาดหวังว่าความเชื่อมั่นในความเสี่ยงของเหล่านักลงทุนควรได้รับการสนับสนุนในตอนนี้

แต่ในทางกลับกันเหล่านักยุทธศาสตร์ด้านสกุลเงินรายอื่น ๆ นั้นกำลังกังวลว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินของพวกเขา นาย Boris Schlossberg กรรมการผู้จัดการของ BK Asset Management กล่าวว่า

“ยิ่งพวกเขาเจอทางตันมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่ผู้คนจะหันมาเทขายดอลลาร์ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น และนั่นอาจกลายเป็นความพ่ายแพ้”

ทำไมพวกเขายังคงเชื่อมั่นใน USD

Stephen Roach อดีตประธานหน่วยงานทางภูมิภาคเอเชียของ Morgan Stanley

Stephen Roach อดีตประธานหน่วยงานทางภูมิภาคเอเชียของ Morgan Stanley กล่าวว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอาจพังลง 35% เมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ โดยเป็นผลมาจากการที่เงินหยวนและเงินยูโรเองก็ประสบกับช่วงขาลงเช่นกัน โดยประเทศจีนและสหภาพยุโรปนั้นคิดเป็นร้อยละ 40 ของการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งนั่นเป็นตัวการันตีชั้นดีว่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะไม่พังทลายลงอย่างแน่นอน เว้นเสียแต่ว่าค่าเงินของสองสกุลเงินจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ