Bitcoin ไม่ใช่ “ฟองสบู่” อีกต่อไปแล้ว

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

แม้สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 อย่าง Bitcoin (BTC) จะยังคงขึ้นชื่อด้านความผันผวนของมูลค่าที่โดดเด่นกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ แต่ทว่าข่าวดีของเรื่องนี้ก็คือแนวโน้มทุกอย่างกำลังบ่งบอกว่ามันไม่อยู่ในขอบเขตของการเป็นฟองสบู่อีกต่อไปแล้ว

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Photo 1504639080538 79Ea00975300

เป็นที่รู้กันดีกว่าสถาบันทางการเงิน รวมไปถึงหน่วยงานนิติบุคคลหลายต่อหลายแห่งเรียกขานสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin (BTC) ว่าเป็น “ฟองสบู่” นับตั้งแต่สกุลเงินประเภทนี้เริ่มลืมตามาดูโลกเมื่อตั้งแต่ประมาณ 12 ปีที่แล้ว แต่ทว่า Michael Wu ผู้ซึ่งเป็นซีอีโอของผู้ให้บริการการจัดการทางการเงิน และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Amber Group กลับคิดเห็นในเรื่องนี้เป็นอย่างอื่น

“ฉันคิดว่ามันเป็นเช่นนี้เสมอเมื่อผู้คนเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ใหม่” Wu กล่าวในการให้สัมภาษณ์ของ CNBC เมื่อวันพฤหัสบดี (4 กุมภาพันธ์) โดยเป็นอ้างถึงที่มาของแนวคิดที่มอง Bitcoin ว่าเป็นฟองสบู่

Michael Wu
Michael Wu ซีอีโอของ Amber Group

“ผู้คนเริ่มต้นด้วยเคลือบแคลงใจ และความสงสัย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากเพราะพวกเขาจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจว่าสิ่งใหม่เหล่านี้คืออะไร แล้วสิ่งดังกล่าวนั้นมีความยั่งยืนหรือไม่”

“ในระยะแรกนี่คือรูปแบบพื้นฐานของการทำความเข้าใจ และพื้นฐานของความสงสัยใคร่รู้เหล่านั้นมักมาพร้อมกับความผันผวนของราคา อย่างไรก็ตามฉันไม่คิดว่าคุณจะเรียก Bitcoin ว่าฟองสบู่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะอย่างที่ฉันได้กล่าวไปก่อนหน้านี้คุณได้เห็นสถาบันเหล่านี้ มหาเศรษฐีเหล่านี้ บริษัทจดทะเบียนหลายพันล้านดอลลาร์ทั้งหมดนี้ คุณรู้หรือไม่ว่า… ทั้งหมดนี้คือนักลงทุนหน้าใหม่ที่ก้าวเข้ามาในวงการ Crypto พวกเขากำลังซื้อ Bitcoins พวกเขากำลังซื้อ Crypto และเจ้าเหรียญนี้มีเพียง 21 ล้าน Bitcoins เท่านั้น”

การอ้างอิงถึงผู้เล่นหลักรายใหญ่ที่ซื้อ Bitcoin กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเราต่างรู้กันดีว่ายักษ์ใหญ่ด้าน Business Intelligence อย่าง Microstrategy ได้จัดสรรเงินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ให้กับ Bitcoin ในปี 2020 และบริษัท Square ก็เข้าตลาดมาด้วยมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ หรือแม้แต่บริษัทประกันภัยแนวหน้าอย่าง MassMutual เอง ก็ยังทุ่มเงินกว่า 100ล้านดอลลาร์ให้กับ BTC ในไม่ช้าหลังจากนั้น

เหตุผลสำหรับการขึ้นราคาในระยะยาวของ Bitcoin รวมถึงการมีอุปทานที่จำกัด ซึ่งสอดคล้องกับความสนใจอย่างมีนัยสำคัญในสินทรัพย์ Wu อธิบาย “จะมีความผันผวนของราคา และจะมีปรับฐานราคาในระยะสั้น” เขากล่าวเสริม “บางครั้งการปรับฐานราคาเหล่านี้อาจมีความรุนแรง แต่ฉันคิดว่าเราได้ผ่านขั้นตอนของการเรียก Bitcoin ว่าเป็นฟองสบู่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

Wu ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับ BTC และบทบาทการจัดเก็บมูลค่าซึ่งคล้ายกับทองคำ โดย Bitcoin นั้นทำให้เราเห็ยถึงความสามารถที่สูสีในของการเปรียบเทียบกับทองคำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของ Bitcoin ก็ยังดีกว่าทองคำ” เขากล่าว

Read more about: