ผลจากการที่นักลงทุนในตลาดกระแสหลักต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาสู่การลงทุนบนตลาดแบบ Blockchain เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าทางองค์กรต่าง ๆ ต้องใช้เวลานานเท่าไรจึงจะสามารถจัดการกับ Bitcoin (BTC) ได้อย่างลงตัว? นาย Brian Estes ผู้ก่อตั้งบริษัทด้านการลงทุนอย่าง Off The Chain Capital ระบุว่าเขาคิดว่าทางองค์กรจะสามารถจัดการกับเรื่องดังกล่าวได้ภายในระยะเวลา 10 ปี

Brian Estes ผู้ก่อตั้งบริษัทด้านการลงทุนอย่าง Off The Chain Capital
“ผมคิดว่าเมื่ออัตราประชากรผู้ใช้สกุลเงินดิจิทัล และ Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา พุ่งสูงถึง 90% ในปี 2029 และปี 2030 แล้ว เศรษฐกิจในตอนนั้นจะเริ่มมั่นคงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ผมคิดว่าเศรษฐกิจทั่วโลกก็จะกลับมาดีขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน”
ภาพการวิเคราะห์ S-curve ที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเปิดรับ BTC

สาเหตุการคาดคะเนของ Estes มาจากการวิเคราะห์ S-curve ซึ่งเป็นกราฟที่แสดงให้เห็นถึงความเร็ว และระยะเวลาในการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ โดย “อัตราการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เริ่มจาก 0% ไปจนถึง 10%นั้นใช้เวลาไปทั้งหมด 10 ปี ซึ่งนั่นหมายความว่าเมื่ออัตราการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวดำเนินต่อไปจาก 10% ไปจนถึง 90% นั้นอาจใช้ระยะเวลาเท่ากันกับอัตราในช่วงแรก” Estes กล่าว

ตามข้อมูลเมื่อปี 2020 จาก Cornerstone Advisors บริษัทให้คำปรึกษาด้านการเงิน ได้มีการระบุถึงจำนวนผู้มีสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในครอบครองนั้นคิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 15% ของประชากรชาวอเมริกันที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป แต่หากย้อนไปเมื่อปี 2019 มีชาวอเมริกันเพียง 10% เท่านั้นที่ถือครองสินทรัพย์ Crypto ซึ่งอัตราดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นมาจาก 0% ก่อนที่จะมีการเปิดตัว Bitcoin ในช่วงต้นปี 2009

ทางนาย Estes ชี้ให้เห็นถึงข้อมูลในเดือนเมษายนปี 2019 จาก Blockchain Capital เกี่ยวกับการยืนยันข้อมูลอัตราผู้ถือ Bitcoin ไว้ในครอบครองประกอบไปด้วยชาวอเมริกันจำนวนกว่า 11%

“Bitcoin ใช้เวลากว่า 10 ปีในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้จาก 0% ให้ขึ้นมาถึง 10%” เขากล่าว ตามข้อมูลการวิเคราะห์ S-curveระบุว่าอัตราการครอบครอง BTC จะพุ่งสูงขึ้นถึง 90% ภายในทศวรรษนี้อย่างแน่นอน จากอัตราผู้ครอบครองชาวอเมริกันจำนวน 15% ในปี 2020 นาย Estes กล่าวว่า “พวกเรากำลังดำเนินการตามแผนเพื่อเพิ่มอัตราการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ให้ขึ้นไปถึง 90% ในปี 2029”

“มันไม่ใช่คำว่า “ถ้าหาก” อีกต่อไปแล้ว” Estes กล่าวเพิ่มเติมถึงการใช้ Crypto

“ระหว่าง 0 และ 10% นั่นคือ “หาก” แต่เมื่อการใช้เทคโนโลยีใหม่พุ่งขึ้นทะลุ 10% นั่นคือ “เมื่อ” ซึ่งอัตราที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ช่วงใช้ระยะเวลาเท่ากัน และผมสามารถยกตัวอย่างมากมายให้พวกคุณได้เห็นภาพ ไม่ว่าจะเป็นจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัวไปจนถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ต, การใช้เครื่องแฟกซ์ในปี 1970, การใช้เครื่องซักผ้าในปี 1940, การใช้รถยนต์ในปี 1930, การใช้รถไฟในปี 1800 และการขนส่งสินค้าทางเรือในปี 1600 ทั้งหมดนี้เป็นอัตราการใช้งานเทคโนโลยีที่เหมือนกัน”