นักวิเคราะห์ Bank of America ชี้ “BTC ไม่เหมาะใช้ป้องกันเงินเฟ้อ”

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

นักวิเคราะห์จาก Bank of America ชี้ว่า Bitcoin ยังผันผวนอยู่มากและไม่เหมาะที่จะนำมาป้องกันเงินเฟ้อ

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Bank Of America

ในขณะที่ธนาคาร Deutsche Bank มองว่าในขณะนี้พวกเราไม่ควรที่จะนิ่งเฉยต่อตลาด Bitcoin แต่ทางนักวิเคราะห์จาก Bank of America กลับยังไม่ได้เชื่อมั่นในตัว Bitcoin ขนาดนั้น

“Bitcoin ยังเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อไม่ได้”

คุณ Francisco Blanch นักวิเคราะห์ของ Bank of America ได้กล่าวถึง Bitcoin โดยใช้เกณฑ์ต่างๆเพื่อโต้แย้งว่า Bitcoin นั้นยังไม่เหมาะสมที่จะเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงความผันผวนและการใช้งานได้จริงของ Bitcoin

อุปทานของ Bitcoin ถูกจำกัด ไว้ที่ 21 ล้านเหรียญซึ่งช่วยให้ Bitcoin ไม่ได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลเลือกใช้มาตรการเศรษฐกิจแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณและนโยบายการเงินอื่น ๆ ที่ทำให้ปริมาณเงินสูงเกินจริงและลดค่าเงิน Fiat แต่คุณ Blanch ก็ชี้ให้เห็นว่า Bitcoin ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาป้องกันอัตราเงินเฟ้อที่เหมาะสมได้ เขากล่าวว่า:

“หากพูดกว้าง ๆ เราพบว่า Bitcoin ไม่ได้เป็นสิ่งที่ควรนำมาใช้เพื่อการป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ สินค้าโภคภัณฑ์หรือตราสารทุนยังเป็นตัวเลือกดีกว่าหากจะนำมาใช้กับอัตราเงินเฟ้อ”

Bitcoin ยังคงผันผวนอยู่มาก

นักวิเคราะห์ของ Bank of America มองว่าข้อโต้แย้งหลักในการมี BTC ในพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนคือ “การกระจายความเสี่ยง, ความผันผวนที่ลดลงหรือการป้องกันเงินเฟ้อ แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นเพราะมูลค่าของ Bitcoin มากกว่าที่มันขึ้นอยู่กับอุปสงค์ (Demand) ที่มากกว่าอุปทาน (Supply) ล้วน ๆ

ในประเทศที่พัฒนาแล้ว Bitcoin ยังไม่ได้ถูกทดสอบว่ามันสามารถเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงได้ แม้ว่าจะมีเงินลงทุนจาก Tesla, Microstrategy, Square และบริษัทอื่น ๆ ซึ่งมันก็คือเป็นทางเลือกการลงทุนของนักลงทุนเหล่านั้น

นอกจากนี้นักวิเคราะห์ของ Bank of America ยังพูดถึงประเด็นของความเร็วในการประมวลผลธุรกรรมของ Bitcoin ที่ทำได้แค่ 1,400 ธุรกรรมต่อชั่วโมงเท่านั้น ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ของ Visa นั้นประมวลผลได้ที่ 236 ล้านธุรกรรม

ในเรื่องของการถือครอง Bitcoin เช่นกัน ในสัดส่วนของ 95% ของ Bitcoin ที่หมุนเวียนในตลาด มีวอลเล็ทอยู่ประมาณ 2.5% ที่ถือครอง Bitcoin จำนวนนั้น ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงทำให้มันไม่สามารถมาเป็นกลไกในการชำระเงินที่นำไปใช้ได้จริงหรือกลายมาเป็นหน่วยการลงทุนได้เลย


การที่มีนักลงทุนถือวอลเล็ทจำนวนมากขนาดนั้นมันก็ส่งผลต่อราคาของ Bitcoin ด้วยที่เป็นจุดอ่อนของ Bitcoin ที่ทำให้นักลงทุนเหล่านั้นอาจทำการปั่นตลาดได้

นอกจากนี้วอลเล็ทที่ถือ Bitcoin เยอะ ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวก Exchange ด้านคริปโตหรือบริการอื่น ๆ ที่ให้บริการรับฝาก Bitcoin

อีกทั้งผู้ใช้งานหนึ่งรายก็อาจเป็นเจ้าของวอลเล็ทหลาย ๆ ใบได้ วอลเล็ทเพียงใบเดียวสามารถจัดการกับวอลเล็ทอีกหลาย ๆ ใบเพราะมันก็คือเจ้าของคนคนเดียวกัน

การใช้งาน Bitcoin ยังคงถูกนำไปใช้ในตลาดมืดหรือถูกนำไปใช้อย่างผิดกฎหมายด้วย นอกจากนี้มันยังทำลายธรรมชาติเพราะมันกินพลังงานไฟฟ้า

จากรายงานของ Barrons ศูนย์การเงินทางเลือกของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ประเมินว่า BTC ใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 0.6% ของโลก แต่ก็ยังมีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่บ่งชี้ว่า Bitcoin นั้นส่งผลกระทบต่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

ด้านนาย Alex Kruger นั้นไม่เห็นด้วยและโพสต์ทวิตเตอร์โต้แย้งรายงานดังกล่าวของนักวิเคราะห์จาก Bank of America


Read more about: