Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

ชาวอเมริกันกังวลกับภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น งานวิจัยกล่าว

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

รายงานชี้ ชาวอเมริกันกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวกับเศรษฐกิจในเวลานี้ โดยเฉพาะภาวะเงินเฟ้อ

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ชาวอเมริกันกังวล

ธนาคารกลางสหรัฐของเมืองนิวยอร์กได้มีการตีพิมพ์แบบสำรวจการคาดการณ์ของผู้บริโภค โดยรายงานได้ชี้ว่า ผู้บริโภคของประเทศสหรัฐอเมริกาคาดหวังว่า ปัจจัยภาวะเงินเฟ้อที่เป็นอยู่นี้อาจเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น

ชาวอเมริกันกังวลกับราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น

ในขณะเดียวกันในรายงานได้กล่าวอีกว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกันคาดว่า ปัจจัยภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2013

แม้ว่ายังคงมีการถกเถียงประเด็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 2,702 หน้าอยู่ แต่สำหรับธนาคารกลางของสหรัฐนั้นได้เปิดเผยกราฟล่าสุดว่า เวลานี้ชาวอเมริกันมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจากรายงานการสำรวจการคาดการณ์ของผู้บริโภคนั้น พบว่าคนส่วนใหญ่รู้สึกกังวลกับกำลังซื้อที่หดหายไป

100 Us Dollar Bill

ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้มีรายงานว่า การคาดการณ์ต่อปัจจัยภาวะเงินเฟ้อระยะสั้นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การคาดการณ์นี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด โดยงานวิจัยชี้ว่า การคาดการณ์ว่าต่อภาวะเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้านั้น อาจอยู่ที่ 4.8 %

คาดหวังว่าจะมีรายได้เข้ามามากขึ้น

ก่อนหน้านี้ทาง FED เมืองนิวยอร์กได้ทำแบบสำรวจที่ชี้ให้เห็นว่า การคาดการณ์ต่อภาวะเงินเฟ้อนั้น อยู่ในจุดสูงสุดนับตั้งแต่ที่เคยบันทึกมา

ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ รายงานชี้ให้เห็นว่า การคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อระยะยาวอยู่ในระดับจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2013 โดยงานวิจัยได้ทำการสำรวจชาวอเมริกัน 1300 ครัวเรือนเกี่ยวกับการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่า ภาวะเงินเฟ้อระยะยาวจะอยู่จุดสูงสุดในช่วง 3 ปีข้างหน้า

สอดคล้องกับผู้ตอบแบบสอบถามของ FED นิวยอร์ก โดยที่ตัวเลขมีการกระโดดสูงขึ้นจาก 3.6 ในเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 3.7 ในเดือนกรกฎาคม ในขณะที่การคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อเริ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ ทำให้ชาวอเมริกันเริ่มไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่ง FED นิวยอร์กได้ชี้ว่า ประชาชนต่างคาดหวังให้รายได้ในกระเป๋าเพิ่มขึ้นและหางานได้ง่ายขึ้นในช่วงปีถัดไป

Read more about: