นักวิจัยภายใต้การดำเนินงานของ Cambridge Center For Alternative Finance หรือศูนย์การเงินทางเลือกเคมบริดจ์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงข้อมูลของสถานการณ์ด้าน Crypto ทั่วโลกที่พวกเขาค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ โดยระบุว่าในปัจจุบันผู้คนกว่า 100 ล้านคนทั่วโลกกำลังถือของครอง Bitcoin (BTC) หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีบล็อกเชนเป็นพื้นฐานอยู่

งานวิจัยในครั้งนี้น่าเชื่อถือมากแค่ไหน?

ระเบียบวิธีวิจัยของศูนย์การเงินทางเลือกเคมบริดจ์ ได้ทำการสังเคราะห์ข้อมูลทั้งจากข้อมูลที่เป็นสาธารณะ และการทำแบบสำรวจ โดยอ้างอิงข้อมูลของผู้ใช้ที่ได้รับการยืนยันตัวตนแล้ว และค่าเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับการ Verified ID มาผสมกันในการคิดวิเคราะห์

แม้ว่านักวิจัยกล่าวว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องวิธีการที่ใช้ในการศึกษา แต่พวกเขาเชื่อว่าตัวเลขที่เผยแพร่นั้นได้เเสดงถึง "ตัวเลขโดยประมาณของจำนวนผู้ถือครองสินทรัพย์ Crypto ทั้งหมดทั่วโลกที่สามารถเชื่อถือได้"

Crypto กำลังพุ่งทยานขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่!

ย้อนไปในอดีต เมื่อปี 2018 ผลการศึกษาของ Global Cryptoasset Benchmarking Study ครั้งที่ 2 ได้ประมาณการถึงจำนวนผู้ใช้ Crypto ที่ได้ทำการยืนยันตัวตนแล้ว ณ ขณะนั้น ว่ามีประมาณ 35 ล้านคนทั่วโลก แต่ทว่าผ่านมาแล้วเพียง 2 ปี หรือในไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2020 นั้นมีบัญชีผู้ใช้ที่ได้ทำการยืนยันตัวตนมากถึง 191 ล้านบัญชี ซึ่งบัญชีเหล่านี้เป็นบัญชีที่เปิดใช้ในการแลกเปลี่ยน Crypto เท่านั้น ยังเป็นตัวเลขที่ไม่นับรวม Wallets ของโฮสต์ด้วยซ้ำ

นักวิจัยได้อธิบายถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ว่า

“ตัวเลขจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นมากถึง 189% นี้สามารถอธิบายได้ 2 ประการ นั่นคือหนึ่ง มาจากจำนวนบัญชีที่เพิ่มขึ้น (ซึ่งเพิ่มขึ้น 37%) และประการถัดมาคือการที่ส่วนแบ่งบัญชีที่มากขึ้นนั้นซึ่งเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบกับตัวตนของแต่ละบุคคล สิ่งนี้ทำให้สามารถคาดคะเนถึงตัวเลขที่น้อยที่สุดของจำนวนผู้ใช้บริการที่เชื่อมโยงกับบัญชีของผู้ให้บริการแต่ละรายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้การศึกษายังชี้ให้เห็นถึงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของผู้ใช้บริการอีกด้วย โดยบริษัท Crypto ที่ดำเนินงานภายในอเมริกาเหนือ และยุโรป ได้ทำการรายงานถึง “การใช้งานที่สูงขึ้นของผู้ใช้” ซึ่งทางบริษัทระบุว่ากว่า 40% ของผู้ใช้ทั้งหมดนั้นเป็น Active User

ผลการวิจัยระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ตัวเลข Active User นี้มีค่าสูงมากหากเทียบกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และละตินอเมริกา ซึ่งมีอัตราการใช่งาน 16% และ 10% ตามลำดับ