Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

บริษัท Xiaomi ปฏิเสธการยอมรับการชำระเงินด้วยบิทคอยน์ของโปรตุเกส

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

บริษัท Xiaomi ปฏิเสธว่า ไม่ได้สนับสนุนให้มีการชำระเงินด้วยบิทคอยน์ในประเทศโปรตุเกสแต่อย่างใด

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
บริษัท Xiaomi ปฏิเสธ

Xiaomi บริษัทผลิตสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศจีนนั้นได้ออกมาปฏิเสธเกี่ยวกับการที่บริษัทได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยอมรับระบบชำระเงินด้วยบิทคอยน์ของประเทศโปรตุเกส

บริษัท Xiaomi ปฏิเสธการชำระเงินด้วยบิทคอยน์

สืบเนื่องจาก Mi Store Portugal ของบริษัท Xiaomi ที่ตั้งอยู่ในประเทศโปรตุเกสได้มีการประกาศเรื่องนี้เอาไว้ผ่านทาง Facebook ว่า ตอนนี้ทางบริษัทอนุญาตให้ลูกค้าสามารถซื้อขายด้วยเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ 5 ประเภทด้วยกัน ประกอบไปด้วยบิทคอยน์, Tether, Ether, Dash และ Utrust

หลังจากนั้นทางด้านโฆษกประจำบริษัท Xiaomi ได้ตอบกลับกระแสข่าวเรื่องนี้ผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Weibo โดยเขากล่าวว่า Mi Store Portugal ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท Xiaomi โดยตรง

Bitcoin Coin

โดยโฆษกบริษัท Xiaomi ได้แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่ Mi Store Portugal ได้ยอมรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียล และกล่าวเพิ่มเติมว่า Mi Store Portugal เป็นพาร์ทเนอร์ที่ได้รับอนุญาตจากบุคคลที่สามและสามารถดำเนินงานได้อย่างอิสระในประเทศโปรตุเกส

แก้ไขการสื่อสารใหม่

เรื่องนี้ทำให้ทาง Mi Store Portugal ได้ลบการประกาศนี้ออกไป จากก่อนหน้านี้ที่เคยกล่าวว่า ลูกค้าสามารถชำระเงินด้วยเหรียญคริปโตได้

ระบบการชำระเงินแบบทางเลือกนั้น สามารถทำได้ผ่านทางบริษัทที่เป็นหุ้นส่วนกับ Utrust ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินเทคโนโลยีบล็อกเชนของยุโรป ซึ่งก่อนที่ Utrust จะทำการลบโพสต์บน Twitter นั้น Utrust ได้เขียนเอาไว้ว่า ตอนนี้บริษัท Xaiomi เป็นผู้ผลิตโทรศัพท์รายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก และตอนนี้มีบางสาขาที่ยอมรับการชำระเงินแบบทางเลือกในวันพรุ่งนี้

ทางด้าน Pedro Maia ผู้อำนวยการทางด้านการตลาดของ Mi Store Portugal ได้กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทกำลังเดินหน้าให้มีการชำระเงินด้วยเหรียญคริปโตให้เป็นไปตามนวัตกรรมที่ Xiaomi ได้วางเอาไว้ เขาให้เหตุผลว่า บริษัทนี้เป็นทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรมและเป็นแบรนด์ประเภท Disruptive จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมบริษัทต้องขับเคลื่อนเดินหน้าตรงส่วนนี้

Read more about: