Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

สมาชิกสภาของสหรัฐโต้ประธาน FED เงินแบงค์ถูกใช้ในทางที่ผิดมากกว่าคริปโต

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

สมาชิกสภาของสหรัฐออกมาตอบโต้เดือดกับประธาน FED

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
สมาชิกสภาของสหรัฐ

Tom Emmer สมาชิกรัฐสภาได้ออกมาตอบความเห็นของประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ของ Minnepolis เกี่ยวกับบิทคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซี่ว่าด้วยเรื่องของการนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

สมาชิกสภาของสหรัฐชี้เงินแบงค์ต่างหากที่ใช้ผิดกฎหมายมากกว่า

โดยเขาได้ตอบโต้ไปยังประธาน FED ว่า เอาจริง ๆ แล้วการกระทำผิดกฎหมายส่วนใหญ่มาจากเงินที่มีการตีพิมพ์มากกว่า ไม่ใช่มาจากเหรียญดิจิทัล

สืบเนื่องจากกรณีที่ Tom Emmer สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ออกมาตอบโต้กรณีที่ Neel Kashkari ประธานธนาคารกลางสหรัฐของ Minneapolis ว่า เขามองเหรียญคริปโตผิดที่ส่วนใหญ่มักจะมีการนำไปใช้ในทางที่กฎหมาย

Gray Knuckles

ที่ผ่านมา Kashkari ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ว่า ดูเหมือนเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่กว่า 95 % จะเป็นเรื่องของการฉ้อโกง ดูดีเกินจริงและสร้างความสับสนไม่น้อย และมันเปรียบเสมือนกับเงินที่มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายเหมือนกับยาเสพติดและค้าประเวณี

เปรียบเทียบการก่ออาชญากรรมเงินแบงค์ VS คริปโต

เรื่องนี้จึงเดือดไปที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่าง Tom Emmer ซึ่งเขาได้ตอบโต้กับทางประธาน FED ว่า เอาจริง ๆ แล้ว เมื่อมาดูปี 2020 เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่มีการไปใช้ในทางที่ผิดเพียงแค่ 0.34 % เท่านั้น ซึ่งเงินที่ตีพิมพ์ทุกวันนี้ส่วนใหญ่มีการนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมมากกว่า

ที่ผ่านมา Chainalysis ได้มีการตีพิมพ์เกี่ยวกับแพลตฟอร์มข้อมูลบล็อกเชนที่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อปี 2020 การก่ออาชญากรรมที่เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่ลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในปี 2020 มีการใช้คริปโตไปในทางที่ผิดเพียงแค่ 0.34 % หรือคิดเป็นเงิน $10.0 พันล้านจากปริมาณการทำธุรกรรม

แม้ว่างานวิจัยจะมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนยังคงอ้างว่า คริปโตเคอร์เรนซี่ส่วนใหญ่มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ทางด้าน Janet Yellen รัฐมนตรีการคลังของสหรัฐได้เคยกล่าวว่า คริปโตเคอร์เรนซี่เป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยเฉพาะการที่คนส่วนใหญ่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายคริปโตด้วยแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นแหล่งการเงินที่ผิดกฎหมาย

Read more about: