Bitcoin ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ที่ $108,865 ท่ามกลางแรงขายจากนักลงทุนสถาบันในตลาด Futures แต่ข้อมูลจาก Hyblock ชี้ว่านักลงทุนในตลาด Spot เริ่มกลับเข้ามาซื้อเพิ่ม โดยมีโอกาสหนุนให้ราคาฟื้นตัวจากโซนแนวรับบริเวณ $107,000
ราคาของ Bitcoin อาจพุ่งแตะระดับ $116,000 ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ท่ามกลางสัญญาณบวกจาก 3 ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อแนวโน้มขาขึ้น ทั้งแรงซื้อจาก ETF ที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนของธนาคารกลางสหรัฐฯ และปริมาณเหรียญในตลาดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์เตือน Bitcoin ต้องหลีกเลี่ยงการร่วงต่ำกว่าแนวรับ $100,000 แม้มีสัญญาณบวกจากตัวเลขเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นถึง 55% ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยง
Santiment เผยอัตราส่วนความคิดเห็นเชิงบวกต่อ Bitcoin พุ่งแตะระดับสูงสุดของปี 2026 พร้อมเตือนว่าความเชื่อมั่นเชิงบวกในอดีตมักตามมาด้วยการปรับฐานระยะสั้น แม้บรรยากาศในตลาดคริปโตโดยรวมยังคงเปราะบาง

แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้
