อิหร่านชี้ให้เห็นบทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่สามารถถูกควบคุมหรือยึดได้ แม้จะเปิดรับเป็นช่องทางชำระค่าผ่านทางน้ำมัน แต่ในทางปฏิบัติ ธุรกรรมส่วนใหญ่ยังคงดำเนิน Stablecoin อย่าง USDT
ประธานาธิบดีคาซัคสถานประกาศแผนการจัดตั้ง กองทุนคริปโตแห่งชาติ เพื่อสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีศักยภาพ พร้อมยืนยันเดินหน้าโครงการ “CryptoCity” ในเมือง Alatau โดยเตรียมผลักดันกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในปี 2026
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


รายงานจากธนาคารกลางสหรัฐเผยว่า ชาวอเมริกันราว 10% ใช้งานหรือถือครองคริปโตในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยกว่า 25% ของผู้ที่ใช้คริปโตเพื่อชำระเงินระบุว่า ธุรกิจเป็นฝ่ายต้องการรับชำระด้วยคริปโต เนื่องจากมีข้อดีด้านความรวดเร็ว ความเป็นส่วนตัว และต้นทุนที่ต่ำกว่า

กระแสเงินทุนจากนักลงทุนรายย่อยเข้าสู่ Binance ลดลงแตะระดับต่ำสุด ขณะที่แรงขายในตลาด Bitcoin Futures กดดันราคา BTC หลุดระดับ $77,000 ท่ามกลางความกังวลว่าแรงขายอาจกลับเข้ามาอีกครั้ง

XRP กำลังเข้าสู่ช่วงสะสมราคาคล้ายรอบก่อนเกิดการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ในปี 2024 ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act และกิจกรรมบนเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น อาจกลายเป็นปัจจัยผลักดันราคาไปสู่ระดับ $5 ถึง $15

ราคา Bitcoin ปรับตัวลงแตะ 76,000 ดอลลาร์ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า หากร่วงหลุดแนวรับสำคัญ อาจเห็น BTC ย่อตัวลึกสู่โซน 65,000 ดอลลาร์