Ripple กับปรากฎการณ์เขย่าวงการ cryptocurrency

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2018 ตลาดสกุลเงินดิจิทัลต้องพบกับปรากฎการณ์ที่ทำให้นักลงทุนในหลายๆสำนักต่างก็พากันแปลกใจ เมื่อมูลค่าตลาดรวมของ Ethereum ถูกแซงหน้าโดย Ripple ที่ราคาต่อเหรียญพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ภายในวันเดียวและแม้การพุ่งขึ้นของมูลค่า XRP จะทำให้มูลค่าตลาดของสกุลเงินนี้แซงหน้า Ethereum ได้เพียงช่วงสั้นๆ แต่ก็นับเป็นเหตุการณ์สั่นสะเทือนวงการสกุลเงินดิจิทัลอย่างมากและทำให้ชื่อของ Ripple ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม

ในปัจจุบัน Ripple นั้นถูกจัดให้เป็นสกุลเงินดิจิทัลอันดับที่ 3 แห่งโลก Cryptocurrencies ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย ริพเพิลแลปส์ หรือ Ripple Labs Inc. ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นหนึ่งในสกุลเงินตัวกลางสำหรับการรับส่งเงินระหว่างประเทศหรือ Cross-Border Remittance ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยองค์กรเดียวกัน

Ripple เปิดตัวแผนการขยายเครือข่ายการชำระเงินด้วย XRP ให้ครอบคลุมไปทั่วโลก

ทาง Ripple ได้ออกมาแถลงว่า พวกเขานั้นมีแผนการที่จะขยายเครือข่ายระบบการจ่ายเงินด้วย XRP Payment Network ให้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นบริษัท Ripple มักจะเน้นไปที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเงิน สถาบันการเงิน ธนาคาร อย่างแม้แต่ในประเทศไทยเองก็ยังมีธนาคารไทยพาณิชย์หรือ SCB ที่มอบบริการโอนเงินต่างประเทศผ่าน SCB EASY ด้วยเทคโนโลยี Ripple Blockchain โอนเร็ว ค่าธรรมเนียมต่ำ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่ลูกค้าเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น

ประหยัดและสะดวกสบายได้เหนือกว่าที่เคย ด้วยการใช้ XRP

เมื่อไม่นานมานี้ทางบริษัทได้กล่าวไว้ว่า พวกเขาจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์การชำระเงินข้ามพรมแดนที่ใช้ XRP ทั่วโลกภายในปี 2020 และเตรียมพร้อมเปิดการชำระเงินแบบ Real Time ให้กับหลายๆภูมิภาคตลอดทั้งปีเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง On-Demand Liquidity (ODL) โดยระบบสภาพคล่องดังกล่าวของ XRP มีการเปิดตัวเมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมาและในช่วงปี 2019 มีการเพิ่มขึ้นของการใช้งานระบบ On-Demand Liquidity (ODL) สูงถึง 550 เปอร์เซ็นต์ โดยมีจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 300% ในไตรมาสก่อน ซึ่ง ODL มีศักยภาพที่จะทำให้ธนาคารและรัฐวิสาหกิจมีวิธีการใหม่ๆในการเพิ่มทุนและเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ในการทำธุรกรรมและชำระเงินอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเพราะธนาคารและสถาบันการเงินสามารถใช้ความเร็วของ XRP และทำการชำระธุรกรรมต่างๆได้แค่เพียงภายในเวลาสามวินาที ทั้งยังสามารถช่วยให้ลูกค้าประหยัดได้มากถึง 60%

จากสถานการณ์โดยรวม ก็นับว่าเป็นการก้าวเดินที่ดีของ Ripple และ XRP ไปสู่อนาคตที่สดใส ซึ่งหากสถานการณ์เริ่มฟื้นตัวกลับมาและไม่มีอุปสรรคขัดขวางใดๆ ภาพรวมของ Ripple ยังคงเป็นไปได้ดีแบบนี้ ในเรื่องของราคาที่เคยดิ่งลงมาเยอะพอสมควรก็อาจจะมีการฟื้นตัวมากขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานต่างๆและกลับมาได้รับความสนใจอย่างจริงจังจากบรรดานักลงทุนอีกครั้งหนึ่ง