การเจาะเข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วเรียกค่าไถ่ให้ผู้เสียหายจ่ายเงินให้ตัวเองเป็นเหรียญ Cryptocurrency เป็นอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นมาในปัจจุบัน โดยรายงานจาก Forbes ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าผู้ร้ายสามารถนำ BTC ที่เรียกค่าไถ่ไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้สำเร็จ และที่น่าสำคัญกว่านั้นคือ Binance กลายเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนนี้

อาชญากรไซเบอร์ใช้ Binance

รายงานจาก Forbes เผยว่า Binance ได้กลายมาเป็นเครื่องมือของผู้ร้ายทางไซเบอร์ไปซะแล้ว เพราะว่าบริษัทไม่สามารถที่จะป้องกันไม่ให้ Hacker อาศัยช่องทางของแพลตฟอร์มมาเป็นพื้นที่เอาไว้แลกเปลี่ยน Cryptocurrency เป็นสกุลเงินเฟียตได้ มีอาชญากรไซเบอร์หลายคนที่สามารถนำ Bitcoin ที่ตัวเองขโมยมาไปเปลี่ยนเป็นเงินสดได้สำเร็จ

ฝ่ายนักวิจัยที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อนามสกุลได้ให้ข้อมูลกับสื่อกระแสหลัก Forbes ว่า Bitcoin มูลค่ามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31,440,000 บาท) จากหลาย ๆ กระเป๋าเงินนั้นเชื่อมโยงกันไปที่การโจมตีเรียกค่าไถ่ Ryuk ซึ่งมีการโอนเงินที่ได้จากการแฮ็กเข้าไปยังวอลเล็ทบน Binance และได้ทำอย่างนี้ต่อเนื่องมา 3 ปีได้แล้ว ซึ่งนักวิจัยก็ยืนยันว่าวอลเล็ทยังคงทำงานอยู่

“ธุรกรรมประมาณ 63 ครั้งมีมูลค่าประมาณ 5,700,000 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังพบว่ามีเงินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ถูกโอนจากวอลเล็ทของทีมแฮ็กไปยังแพลตฟอร์ม Binance เพื่อถอนเป็นเงินเฟียตออกมาด้วย”
“Bitcoin Address กว่า 13 อันเชื่อมโยงไปยัง Ryuk มีเงินมูลค่าประมาณ 1,064,865 อยู่ในนั้น และมีการทำลักษณะคล้าย ๆ กันคือโอนเงินออกมาจากวอลเล็ทของ Hacker ไปยังวอลเล็ทอื่น ๆ หลาย ๆ อันแล้วก็โอนไปที่ Binance ทำการถอนเงินออกมา”

ฐานผู้ใช้งานกว้างจึงยากตรวจสอบ

จากรายงานแสดงให้เห็นว่า Binance เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่อาชญากรเลือกใช้ ซึ่ง Binance ก็โต้ว่าความสำคัญอันดับแรกที่บริษัทให้ความใส่ใจก็คือความปลอดภัยของลูกค้า และได้เผยถึงฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบกิจกรรมที่ผิดกฎหมายต่าง ๆ แต่ลูกค้าที่มาใช้งานแพลตฟอร์มก็มีจำนวนมาก จึงอาจจะยากต่อการตรวจสอบ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าผู้ใช้งาน Binance นั้นหลากหลาย แต่ความปลอดภัยที่ทางบริษัทต้องให้แก่ลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ