สหรัฐคว่ำบาตร 4 กระดานเทรดคริปโตอิหร่าน เดินหน้าตัดเส้นทางการเงินภายใต้แผน ‘Economic Fury’
กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต 4 แห่งของอิหร่าน หลังเพิ่งเปิดเผยว่าสามารถยึดสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระดานเทรดและกระเป๋าเงินคริปโตที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์

กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต 4 แห่งของอิหร่าน หลังเพิ่งเปิดเผยว่าสามารถยึดสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระดานเทรดและกระเป๋าเงินคริปโตที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของอิหร่าน 4 แห่ง รวมถึง Nobitex ซึ่งเป็นกระดานเทรดคริปโตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดภายใต้แผน “Economic Fury” ที่มีเป้าหมายตัดอิหร่านออกจากระบบการเงินโลก
ตามประกาศเมื่อวันอังคาร กระทรวงการคลังได้เพิ่มรายชื่อของ Nobitex, Wallex, Bitpin และ Ramzinex เข้าไปในบัญชีคว่ำบาตรของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ (OFAC) ส่งผลให้บุคคลและธุรกิจในสหรัฐฯ ไม่สามารถให้บริการหรือทำธุรกรรมกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้
Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจอิหร่านจะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก แต่รัฐบาลอิหร่านกลับเลือกใช้เทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร รวมถึงใช้เป็นช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกนอกประเทศ
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “Economic Fury” ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งปะทุขึ้นหลังปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อช่วงต้นปี
ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยังคงเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านควบคู่ไปกับความพยายามผลักดันข้อตกลงหยุดยิงและการแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกที่รองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของปริมาณทั้งหมด
Bessent ระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ คือการสกัดกั้นการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน พร้อมย้ำว่ากระทรวงการคลังจะยังคงติดตามเส้นทางการเงินของรัฐบาลอิหร่านต่อไป ไม่ว่าจะผ่านระบบธนาคารหรือสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านสามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้
ก่อนหน้านี้เพียง 4 วัน Bessent เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังสามารถยึดคริปโตจากกระดานเทรดและกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านได้เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น
Nobitex ถูกมองเป็นศูนย์กลางการเงินดิจิทัลของอิหร่าน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า Nobitex ยังคงมีบทบาทในการอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงินให้กับ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) รวมถึงหน่วยงานและบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรอื่น ๆ
ด้านบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Chainalysis ระบุในรายงานล่าสุดว่า Nobitex ถือเป็นหัวใจสำคัญของ “เส้นทางดอลลาร์ดิจิทัล” ของอิหร่าน และมีสัดส่วนการซื้อขายคริปโตภายในประเทศสูงถึงประมาณ 50%
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังกล่าวหาว่า Nobitex มีส่วนช่วยสนับสนุนการเฝ้าระวังและควบคุมประชาชนภายในประเทศ โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือ
พร้อมกันนี้ OFAC ยังได้ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร Seyed Ali Khoee ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nobitex และ Amir Hossein Rad ประธานกรรมการบริษัทด้วย
สหรัฐฯ ระบุว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการตัดช่องทางการเงินที่มีมูลค่ารวมหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจถูกใช้โดยรัฐบาลอิหร่านและเครือข่ายพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายธนาคารเงา บริษัทต่างชาติ หรือบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำมันและกิจกรรมทางทหารของอิหร่าน
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








