กฎหมาย และประกาศ

แบงก์ชาติยูเครนออกกฎให้ซื้อคริปโตได้แค่ 100,000 Hryvnias ต่อเดือน

Bank of Ukraine Scaled.jpeg

ในเวลานี้แบงก์ยูเครนได้มีการวางขีดจำกัดให้ผู้ใช้สามารถเข้าซื้อคริปโตได้ไม่เกิน 100,000 Hryvnias แล้ว

ในตอนนี้รัฐบาลยูเครนได้ประกาศกฎอัยการศึกออกมาใช้ ธนาคารกลางของยูเครนก็ได้มีการวางขีดจำกัดให้ผู้ใช้สามารถใช้สกุลเงินต่างประเทศเข้าซื้อคริปโตได้ไม่เกิน 100,000 Hryvnias ต่อเดือนหรือประมาณไม่เกิน 115,029.33 บาทเพื่อป้องกันการเสื่อมมูลค่าของสกุลเงินในประเทศ

แบงก์ชาติยูเครนขีดเส้นการซื้อคริปโต

ธนาคารกลางอนุญาตได้ประกาศให้พลเมืองสามารถซื้อคริปโตโดยใช้สกุลเงินต่างประเทศได้สูงสุด 100,000 Hryvnias เพื่อป้องกันไม่ให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศโดยไม่จำเป็น แลป้องกันไม่ให้เงินสำรองเงินตราต่างประเทศหมดลง ธนาคารแห่งชาติกล่าวว่า

“การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวน่าจะช่วยปรับปรุงสภาพตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อไม่ให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศร่อยหรอ”

การซื้อคริปโตในยูเครนตกอยู่ภายใต้นิยามการทำธุรกรรมกึ่งเงินสด ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเติมเงินเข้าวอลเล็ทดิจิทัล, บัญชีฟอเรกซ์และโบรกเกอร์รวมถึงการชำระเงินเช็คเดินทางด้วย

เมื่อวันศุกร์แบงก์ชาติยูเครนร่วมกับธนาคารพาณิชย์ PrivatBank ได้สั่งห้ามซื้อ Bitcoin ด้วยสกุลเงินของประเทศเพราะตั้งแต่เริ่มมีสงครามมีเงินทุนมูลค่ากว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ไหลออกจากธนาคารยูเครนนับตั้งแต่เดือน มี.ค. และอีก 900 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. นี้ ทำให้เกิดการสั่งแบนขึ้นมา

คริปโตเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ยูเครนอยู่รอด

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของยูเครนคุณ Mykhailo Federov ได้พยายามนำคริปโตมาเป็นเครื่องมือเพื่อความอยู่รอดของชาวยูเครนในช่วงสงคราโดยได้มีการสร้างวอลเลทดิจิทัลออกมา 3 วอลเลทเพื่อรับบริจาคคริปโต ซึ่งเหรียญที่เราบริจาคก็จะมี Bitcoin, Ethereum, Tether มีเงินบริจาคเข้ามากว่า 63.8 ล้านดอลลาร์

รัฐบาลยูเครนก็ได้ออกกฎหมายรับรองคริปโตให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติ

แต่ตอนนี้แบงก์ชาติยูเครนกลับกลัวว่าสกุลเงินท้องถิ่นจะเสื่อมมูลค่า ข้อมูลในช่วงต้นเดือน เม.ย. จากธนาคารโลกเปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์ในประเทศของยูเครนมีรายรับลดลงถึง 45%

ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Max Template (77)
โฉลก สัมพันธารักษ์ ลุงโฉลก
Max Template (95)
Bitfront ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการ