SUSHI ราคาดิ่งหลังเจ้าของเหรียญเทหมดหน้าตักก่อนโอนให้ SBF ดูแล
เปิดประเด็นร้อนหลังผู้ดูแลโครงการ Sushiswap เทขายเหรียญจากกองทุนของโครงการ อ้างเพราะเป็นเงินที่เขาควรได้รับ

เปิดประเด็นร้อนหลังผู้ดูแลโครงการ Sushiswap เทขายเหรียญจากกองทุนของโครงการ อ้างเพราะเป็นเงินที่เขาควรได้รับ
ข่าว Sushiswap กลับมาอีกครั้ง
อย่างที่ได้มีการกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้บน Cryptosiam.com ถึงกระแสของ Sushiswap ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ถอดแบบมาจาก Decentralized Exchange บน Blockchain อย่าง Uniswap ไปแล้วนั้น ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ข่าวคราวเกี่ยวกับแพลตฟอร์มดังกล่าวได้กลับมาสร้างความตกใจให้กับวงการคริปโตอีกครั้งหลังเจ้าของโครงการและผู้ถือหรียญของเหล่านักลงทุนอย่าง Chef Nomi ได้เทขายเหรียญของเขาทั้งหมด ส่งให้ราคาเหรียญลดลงกว่า 50%
To @SushiSwap community. Since there's a lot of FUD around the migration, I've taken measure to put everything to back my words & make sure the LP migrations goes as smoothly as possible. That's my main job as the creator of this whole thing.
— Chef Nomi #SushiSwap (@NomiChef) September 5, 2020
เหรียญ Sushi ราคาร่วงยับเยิน
ในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา Chef Nomi ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด คือเขานั้นได้เทขายสินทรัพย์ของเขาที่เกี่ยวข้องกับ Sushiswap ทั้งหมดทิ้ง โดยสินทรัพย์ดังกล่าวนั้นได้แก่เหรียญ Ethereum กว่า 20,039 เหรียญ รวมทั้งเหรียญ Sushi ทั้งหมดกว่า 2,558,644 เหรียญ ซึ่งความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้มีการเตือนกันมาก่อนแล้วในวงการคริปโต เจากข้อสังเกตถึง Wallet ที่ใช้เก็บสินทรัพย์ในการดำเนินการบนแพลตฟอร์มนั้นเป็รน Wallet ส่วนตัวของ Chef Nomi ซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องถูกแยกอออกมาเป็นอีกส่วนหนึ่งนั่นเอง

ข้อโต้แย้งจากฝั่ง Chef Nomi
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งผู้ถูกกล่าวหาว่าสร้างโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อหลอกลวงเอาเงินจากนักลงทุนไปนั้นได้ออกมาชี้แจงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น โดยตัว Chef Nomi นั้นได้ออกมาแย้งว่าตัวเขานั้นเลือกที่จะส่งต่อโครงการให้คนอื่นดูแล และเรื่องที่เขาขายสินทรัพย์ของโครงการออกไปทั้งหมดนั้น ตัวเขาได้กล่าวว่าเนื่องจากตนเองเป็นผู้ก่อตั้งโครงการมากับมือ ดังนั้นเขาก็ควรที่จะได้ประโยชน์จากกองทุนนักพัฒนาของโครงการ จึงเป็นที่มาของการเทขายเหรียญดังกล่าว
I did the recent move because I care about the community. I'm taking IL for you. But all I received was blaming and FUDing.
— Chef Nomi #SushiSwap (@NomiChef) September 5, 2020
Here's what happened. The devshare part of me. I converted them to $ETH. I stop caring about price and I will focus on the technicality of the migration.
อย่างไรก็ตาม การออกมาชี้แจงดังกล่าวได้ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างมาก เนื่องจากโดยปกติแล้วกองทุนสำหรับการพัฒนาโครงการนั้นควรเป็นทุนสำหรับการพัฒนาโครงการต่อไปเรื่อย ในอนาคตและไม่ควรตกเป็นรางวัลให้แก่นักพัฒนาคนแม้ว่าความสำเร็จของโครงการจะมีที่มาจากผู้อยู่เบื้องหลังเหล่านั้ก็ตาม ซึ่งแม้แต่นักพัฒนาของโครงการ yEarn.Finance อย่างนาย Andre Cronje หรือแม้แต่หัวหน้าผู้ก่อตั้ง Ethereumอย่าง Vitalik Buterin ก็ยังไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างของ Chef Nomi

What do you mean "without me"? Are you leaving the project? If so, are you giving the dev funds back? All you did so far was hand over a token that was built off of @UniswapProtocol.
— Andre Cronje (@AndreCronjeTech) September 6, 2020
Weren't the funds meant to further develop? Aren't you that developer?
ผลกระทบจากกรณีดังกล่าว
ในช่วงที่เกิดการเทขายนั้น เหรียญ SUSHI นั้นได้มีมูลค่าลดลงอย่างมาก จากเดิมในช่วงราคาสูงสุดต้นเดือนที่ 9.5 ดอลลาร์ต่อเหรียญนั้น ลดลงมาอยู่ที่ราว 1.13 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะกลับตัวขึ้นมาซื้อขายกันอยู่ที่ราวๆ 2.8 ดอลลาร์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ในปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับทาง Sam Bankman-Fried (”SBF”) ดูแลจัดการ Protocol ของ Sushiswap ต่อ โดยโครงการนั้นจะถูกย้ายไปอยู่บนแพลตฟอร์ม Serum ของพวกเขาซึ่งมีประสิทธิภาพเครือข่ายที่สูงกว่าและมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าเครือข่าย Ethereum
16) TL;DR:
— SBF (@SBF_Alameda) September 6, 2020
a) Nomi sucks and hurt the community
b) Sushi shows promise as a dynamic AMM built by the community
c) If Nomi doesn't step down, it's over for Sushi.
d) If Sushi adds a division on Serum, we'll give 5mm SUSHI to farmers
e) Either way, AMMs coming to Serum
ข้อเตือนใจสำหรับนักลงทุน
จากกรณีดังกล่าวยังเป็นการย้ำเตือนถึงปัญหาในการประมิณความน่าเชื่อถือของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งในตลาดการเงินและการลงทุนโดยปกตินั้นได้มีบทเรียนมาแล้วหลายครั้ง แม้แต่ในวงการคริปโตเองก็ไม่พ้นช่วงที่กระแสการออกเหรียญหรือ ICO นั้นมาแรงในปี 2017 ที่ได้มีการหลอกลวงหรือโครงการที่เกาะกระแสความนิยมเพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับตัวเองมาแล้วหลายกรณี ดังนั้นแล้วนักลงทุนในตลาดคริปโตจึงควรศึกษาข้อมูลและเหตุการณืที่เกิดขึ้นในตลาดเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยนั่นเอง