Michael Saylor ส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin เพิ่ม ก่อนผู้ถือหุ้นลงมติเปลี่ยนการจ่ายปันผล STRC
ผู้บริหารระดับสูงของ Strategy ออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนกลยุทธ์สะสม Bitcoin อีกครั้ง ก่อนการนับคะแนนเสียงขั้นสุดท้ายของผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับข้อเสนอให้หุ้นบุริมสิทธิ์ STRC เปลี่ยนจากการจ่ายเงินปันผลรายเดือนเป็นเดือนละสองครั้ง

ผู้บริหารระดับสูงของ Strategy ออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนกลยุทธ์สะสม Bitcoin อีกครั้ง ก่อนการนับคะแนนเสียงขั้นสุดท้ายของผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับข้อเสนอให้หุ้นบุริมสิทธิ์ STRC เปลี่ยนจากการจ่ายเงินปันผลรายเดือนเป็นเดือนละสองครั้ง
Michael Saylor ประธานบริหารของ Strategy ส่งสัญญาณว่าอาจมีการประกาศซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ หลังโพสต์ข้อความบน X ว่า
“A good time to add more dots”
พร้อมแนบกราฟแสดงประวัติการเข้าซื้อ Bitcoin ของบริษัทตลอดเกือบ 6 ปีที่ผ่านมา
นักลงทุนที่ติดตาม Strategy มองว่าการโพสต์ลักษณะดังกล่าวมักเกิดขึ้นก่อนบริษัทประกาศการซื้อ Bitcoin รอบใหม่ โดยที่ผ่านมา Saylor ใช้การโพสต์รูปแบบเดียวกันหลายครั้งก่อนเปิดเผยการเพิ่มการถือครอง BTC
ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายเพิ่ม Bitcoin ต่อหุ้น
ด้าน Phong Le ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Strategy ได้แชร์โพสต์ของ Saylor พร้อมระบุว่า
“กลยุทธ์องค์กรของเราคือการเพิ่มจำนวน Bitcoin สุทธิและจำนวน Bitcoin ต่อหุ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ข่าวลืออื่น ๆ ก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น”
คำกล่าวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ความกังวลของตลาด หลังจากสัปดาห์ก่อน Strategy ประกาศซื้อคืนหนี้บางส่วนของบริษัท ส่งผลให้การสะสม Bitcoin ต้องหยุดชั่วคราว
การตัดสินใจดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อตลาด เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนกังวลว่า Strategy อาจจำเป็นต้องขาย Bitcoin ในอนาคตเพื่อบริหารสภาพคล่อง
Strategy ยังขาดทุนจากต้นทุนเฉลี่ย Bitcoin
ปัจจุบัน Strategy ถือครอง Bitcoin จำนวน 843,706 BTC ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเฉลี่ยการซื้อสะสมของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 75,701 ดอลลาร์ต่อ BTC ขณะที่ราคา Bitcoin ในปัจจุบันซื้อขายอยู่แถว 62,153 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัท
หาก Strategy ประกาศซื้อ Bitcoin เพิ่มในสัปดาห์นี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าการเข้าซื้อจะเกิดขึ้นในระดับราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยเดิม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ตโดยรวมลง
ผู้ถือหุ้นเตรียมลงมติเปลี่ยนการจ่ายปันผล STRC
อีกประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตาคือการประชุมผู้ถือหุ้นของ Strategy ซึ่งจะมีการลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับข้อเสนอปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC
ปัจจุบัน STRC จ่ายเงินปันผลเดือนละครั้ง แต่บริษัทต้องการเปลี่ยนเป็นการจ่ายเดือนละสองครั้ง
Strategy เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยลดระยะเวลาการนำเงินปันผลกลับมาลงทุน เพิ่มสภาพคล่องของหุ้น และลดความผันผวนของราคา
เขายังชี้ว่าในสหรัฐฯ มีบริษัทกว่า 24,000 แห่งที่จ่ายปันผลรายไตรมาส และมีเพียง 176 บริษัทเท่านั้นที่จ่ายรายเดือน ขณะที่ Strategy อาจกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่จ่ายปันผลเดือนละสองครั้ง
คะแนนเสียงจากรายย่อยอาจเป็นตัวแปรสำคัญ
ข้อเสนอแก้ไขเงื่อนไขการจ่ายปันผลจะต้องได้รับคะแนนสนับสนุนมากกว่า 50% ของหุ้น STRC ทั้งหมดประมาณ 85 ล้านหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง ณ วันที่ 17 เมษายน 2026
แม้ว่านักลงทุนสถาบันมักมีอัตราการใช้สิทธิ์โหวตสูงถึงประมาณ 77% แต่ข้อมูลจาก Harvard Law School Forum on Corporate Governance ระบุว่านักลงทุนรายย่อยมักใช้สิทธิ์โหวตเพียงประมาณ 29% ของจำนวนหุ้นที่ถือครอง
ด้วยเหตุนี้ ผลการลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้นวันจันทร์จึงได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะอาจส่งผลต่อความน่าสนใจของ STRC รวมถึงความสามารถในการระดมทุนของ Strategy สำหรับการสะสม Bitcoin ในอนาคต
หากข้อเสนอผ่านความเห็นชอบ และบริษัทประกาศซื้อ Bitcoin เพิ่มตามที่ตลาดคาดการณ์ Strategy อาจส่งสัญญาณชัดเจนว่าบริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์สะสม Bitcoin อย่างเต็มที่ แม้ตลาดคริปโตจะเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








