Riot ทำรายได้ไตรมาสแรก $167 ล้าน ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เริ่มสร้างรายได้ชดเชยการขุด Bitcoin ที่ลดลง
Riot Platforms รายงานรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ 167.2 ล้านดอลลาร์ โดยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่สร้างรายได้ 33.2 ล้านดอลลาร์ ช่วยชดเชยรายได้จากการขุด Bitcoin ที่ลดลง

Riot Platforms รายงานรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ 167.2 ล้านดอลลาร์ โดยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่สร้างรายได้ 33.2 ล้านดอลลาร์ ช่วยชดเชยรายได้จากการขุด Bitcoin ที่ลดลง
Riot Platforms บริษัทขุด Bitcoin รายใหญ่ในสหรัฐฯ เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 โดยมีรายได้รวม 167.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการและสร้างรายได้แล้ว 33.2 ล้านดอลลาร์
รายได้จากธุรกิจใหม่นี้เข้ามาช่วยพยุงภาพรวมของบริษัท หลังรายได้จากการขุด Bitcoin ซึ่งเป็นธุรกิจหลักลดลงเหลือ 111.9 ล้านดอลลาร์ จาก 142.9 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากราคาของ Bitcoin ที่ลดลง และการแข่งขันที่สูงขึ้นจากกำลังประมวลผลรวม (hashrate) ของเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 24%
ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา Riot ขุด Bitcoin ได้ทั้งหมด 1,473 เหรียญ ลดลงเล็กน้อยจาก 1,530 เหรียญในปีก่อน ขณะที่ต้นทุนการขุดต่อ 1 เหรียญเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 44,629 ดอลลาร์ สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง
Jason Les CEO ของบริษัทระบุว่า ไตรมาสนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจาก Riot ได้เปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเต็มตัว ซึ่งเริ่มสร้างรายได้แล้ว โดยยังได้รับแรงหนุนจาก AMD ที่เพิ่มกำลังใช้งานจาก 25 เมกะวัตต์เป็น 50 เมกะวัตต์ สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท
ในด้านสินทรัพย์ Riot ถือครอง Bitcoin อยู่ 15,679 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ พร้อมเงินสดอีกกว่า 282 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มีการขาย Bitcoin ออกไปมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสเดียวกัน
อีกหนึ่งรายได้ที่เติบโตคือธุรกิจด้านวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 22.2 ล้านดอลลาร์ จาก 13.9 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ช่วยให้โครงสร้างรายได้ของบริษัทมีความหลากหลายมากขึ้น
ผลประกอบการดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของ Riot ปรับตัวขึ้นกว่า 7% หลังประกาศงบ แม้จะมีการย่อตัวเล็กน้อยหลังตลาดปิด
แนวโน้มนี้สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมขุด Bitcoin ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและรายได้ที่ลดลง ทำให้หลายบริษัทเริ่มหันไปลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้นในระยะยาว
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








