เหมืองขุดคริปโตเทขาย Bitcoin ในไตรมาสที่ 1 2026 มากกว่าทั้งปี 2025 ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาด
รายงานเผยบริษัทเหมืองขุดคริปโตขาย Bitcoin ในไตรมาส 1 ปี 2026 มากกว่าทั้งปี 2025 รวมกันกว่า 32,000 BTC สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและรายได้ที่ลดลง ขณะที่อุตสาหกรรมเริ่มแบ่งชัดระหว่างผู้ขายเพื่อความอยู่รอดกับผู้ที่สะสมเพื่อการเติบโตระยะยาว

รายงานเผยบริษัทเหมืองขุดคริปโตขาย Bitcoin ในไตรมาส 1 ปี 2026 มากกว่าทั้งปี 2025 รวมกันกว่า 32,000 BTC สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและรายได้ที่ลดลง ขณะที่อุตสาหกรรมเริ่มแบ่งชัดระหว่างผู้ขายเพื่อความอยู่รอดกับผู้ที่สะสมเพื่อการเติบโตระยะยาว
อุตสาหกรรมเหมืองขุดคริปโตกำลังเผชิญแรงกดดันรุนแรงในช่วงต้นปี 2026 หลังบริษัทเหมืองขุด Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เร่งเทขายเหรียญในปริมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์
ข้อมูลจาก TheMinerMag ระบุว่า บริษัทเหมืองขุดรายใหญ่ เช่น MARA, CleanSpark, Riot Platforms, Core Scientific และ Bitdeer ได้ขาย Bitcoin รวมกันมากกว่า 32,000 BTC ในไตรมาส 1 เพียงไตรมาสเดียว
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าปริมาณการขายของทั้งปี 2025 และยังมากกว่าช่วงวิกฤตตลาดขาลงในปี 2022 หลังการล่มสลายของ Terra-Luna ซึ่งเคยทำให้เหมืองขุดเทขายราว 20,000 BTC ในไตรมาสเดียว
ต้นทุนพุ่ง รายได้หด กดดันเหมืองเทขาย
ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังแรงขายครั้งนี้คือ “hashprice” หรือรายได้ต่อกำลังประมวลผลของเหมืองขุด ซึ่งลดลงมาอยู่ต่ำกว่า 35 ดอลลาร์ต่อ PH/s/วัน ซึ่งเป็นจุดคุ้มทุนของผู้ประกอบการจำนวนมาก
ปัจจุบัน hashprice อยู่ราว 33 ดอลลาร์ ส่งผลให้ประมาณ 20% ของอุตสาหกรรมเหมืองขุดเข้าสู่ภาวะขาดทุน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เครื่องขุดรุ่นเก่าหรือมีต้นทุนไฟฟ้าที่สูง
แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจาก hashrate ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รางวัลจากการปิดบล็อกที่ลดลงหลังการ halving และสภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่เอื้ออำนวย
Bitcoin ของเหมืองขุดลดลงต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก CryptoQuant ชี้ว่า Bitcoin ที่ถือโดยกลุ่มเหมืองขุด (Miner Reserve) ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023
จากระดับกว่า 1.86 ล้าน BTC ในช่วงปลายปี 2023 ปัจจุบันเหลือราว 1.8 ล้าน BTC สะท้อนว่าผู้ประกอบการต้องทยอยขายสินทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่อง
แม้โดยปกติแล้วเหมืองขุดจะขาย Bitcoin เป็นระยะเพื่อครอบคลุมต้นทุน แต่สถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาคริปโตอ่อนตัวและค่าไฟเพิ่มสูงขึ้น ทำให้บางรายจำเป็นต้องขายเหรียญที่เคยตั้งใจเก็บระยะยาว
รายงานจาก CoinShares ยังเตือนว่า อาจเห็น “การยอมขายขาดทุน” ของผู้ประกอบการที่มีต้นทุนสูงเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หากราคา Bitcoin ไม่กลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ฝั่งบริษัทสะสม Bitcoin ยังเดินหน้าซื้อ
ในขณะที่ฝั่งเหมืองเร่งขาย Bitcoin บริษัทที่ถือครอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ในงบดุลกลับยังคงสะสมต่อเนื่อง
หนึ่งในผู้เล่นสำคัญคือ Strategy ซึ่งก่อตั้งโดย Michael Saylor ที่ยังคงเข้าซื้อ Bitcoin อย่างสม่ำเสมอ แม้ราคาจะผันผวน
ความแตกต่างของพฤติกรรมระหว่าง “ผู้ขายเพื่อความอยู่รอด” และ “ผู้ซื้อเพื่อการเติบโต” สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมคริปโต ที่กำลังคัดกรองผู้เล่นให้เหลือเฉพาะรายที่มีต้นทุนต่ำและมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในระยะยาว
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








