General

ธนาคารกลางออสเตรเลียมองว่า CBDC นั้นไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด

Photo 1506973035872 A4ec16b8e8d9.jpg

ต่างจากจีน สวีเดนและแคนาดา เพราะออสเตรเลียนั้นไม่มีความเต็มใจที่จะออก CBDC เลยแม้แต่น้อย

ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ อาจวางสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือที่เรียกว่า CBDCs เป็นวาระอันดับต้น ๆ ของการประชุมระดับชาติ แต่ทว่าประเทศออสเตรเลียกลับไม่เป็นเช่นนั้น

ตามรายงานข่าวจากสำนักข่าวท้องถิ่นระบุว่า คำสั่งด้านการชำระเงินชำระเงินใบล่าสุดของธนาคารกลางออสเตรเลีย หรือ Reserve Bank of Australia (RBA) ได้เกิดความยั้งคิดและมีความไม่เชื่อมั่นต่อ CBDCs เช่นเดียวกับ Stablecoins ของภาคเอกชน

โดยทาง RBA นั้นไม่เชื่อว่าขณะนี้จะมีนโยบายที่เข้มงวดมากพอในการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางภายในออสเตรเลีย ทั้งยังไม่มีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนและชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของแพลตฟอร์มการชำระเงินใหม่แบบเรียลไทม์ที่มีประสิทธิภาพของประเทศเป็นการเปรียบเทียบ

ความต้องการของประชาชนต้องมาก่อน

ในขณะที่การใช้เงินสดในการทำธุรกรรมกำลังลดลงอย่างกว้างขวางทั่วทุกมุมโลก แต่ชาวออสเตรเลียก็ยังคงยึดมั่นในการคือธนบัตรแบบดั้งเดิมและไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปถือครองสกุลเงินในรูปแบบอื่น ๆ เหมือนกับพลเมืองประเทศต่าง ๆ อย่างเช่น ชาวสวีเดน เป็นต้น

เอกสารของ Reserve Bank of Australia ระบุว่าท่ามกลางการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัส COVID-19 ความต้องการเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฉะนั้นทาง RBA จึงให้คำมั่นที่จะให้การเข้าถึงธนบัตรต่อไป “ตราบเท่าที่ชาวออสเตรเลียต้องการใช้มัน”

แล้วออสเตรเลียมีมุมมองต่อประเทศอื่นอย่างไร?

เอกสารของธนาคารกลางได้วิเคราะห์โครงการริเริ่มในสวีเดน แคนาดาและจีน ซึ่งเป็นสามประเทศที่มีการพัฒนา CBDC เชิงรุกมากที่สุด

ในกรณีของสวีเดน RBA ตั้งข้อสังเกตว่าการลดลงของการใช้เงินสดนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายปีกระตุ้นให้ Riksbank พัฒนาและทดสอบ e-Krona ที่มีศักยภาพ

ในขณะเดียวกันธนาคารแห่งแคนาดาเองก็ได้เตรียมพร้อมสำหรับการออก CBDC เพื่อเหล่าผู้ค้าปลีกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม โดยแคนาดามองเห็นสถานการณ์ “สองสถานการณ์” ที่การออก CBDC อาจกลายเป็นข้อได้เปรียบของพวกเขานั่นคือการล่มสลายของการใช้เงินสดสำหรับการทำธุรกรรมในชีวิตประจำวันและภัยคุกคามต่อนโยบายการเงินจากการหมุนเวียนของสกุลเงินดิจิทัลของภาคเอกชน

สำหรับประเทศจีน RBA ได้คาดการณ์ว่าแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังการสร้างหยวนดิจิทัลนั้นเชื่อมโยงกับความแพร่หลายในประเทศของผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาคเอกชนเช่น Alipay หรือ WeChat Pay

“การสูญเสียเงินฝากและการที่ผู้คนหันไปพึ่งพาแหล่งเงินทุนอื่น ๆ มากขึ้นอาจส่งผลให้ต้นทุนของธนาคารเพิ่มขึ้น ขนาดงบดุลและจำนวนเงินของสื่อกลางทางการเงินลดลง”
ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต
ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูไบอนุมัติใบอนุญาตคริปโตรายที่ 50 ตอกย้ำเป้าหมายสู่ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก
Bitcoin เสี่ยงเผชิญแรงขายระลอกใหม่ หลัง 50,000 BTC ถูกโอนเข้าเว็บเทรดขณะที่ยังขาดทุน
นักวิเคราะห์ชี้สัญญาณ UTXO บ่งบอกนักลงทุน Bitcoin เริ่มยอมแพ้ต่อตลาด พร้อมส่งสัญญาณเข้าใกล้จุดต่ำสุดของรอบขาลง
หุ้นคริปโตร่วงหนักกว่ากลุ่ม Big Tech หลัง Coinbase และ Circle ดิ่งกว่า 70% ท่ามกลางตลาดขาลง