ปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ กดดัน Bitcoin หลังไม่สามารถยืนเหนือ $70,000 ได้ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน
Bitcoin ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับแนวต้านสำคัญที่ $70,000 ขณะที่ความผันผวนของตลาดสหรัฐฯ กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่าหาก BTC ไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ อาจมีโอกาสลงไปทำ “จุดต่ำสุดใหม่ของปี” อีกครั้ง

Bitcoin ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับแนวต้านสำคัญที่ $70,000 ขณะที่ความผันผวนของตลาดสหรัฐฯ กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่าหาก BTC ไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ อาจมีโอกาสลงไปทำ “จุดต่ำสุดใหม่ของปี” อีกครั้ง
ราคาของ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใต้ระดับ $70,000 โดยข้อมูลบ่งชี้ว่าตลาดยังคงมีความเสี่ยงปรับฐานลงต่อ หากแรงซื้อไม่สามารถเปลี่ยนระดับราคาดังกล่าวให้กลายเป็นแนวรับได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน ความผันผวนในตลาดสหรัฐฯ ก็กลับมาเพิ่มขึ้น โดย CBOE Volatility Index (VIX) พุ่งแตะระดับ 22.50 ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะตลาดที่นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีก็ร่วงแรงที่สุดในรอบหลายเดือน
นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงภาวะตลาดที่เริ่มเข้าสู่ช่วง “ชะลอตัว” และยังไม่เห็นแรงกระตุ้นใหม่ที่จะช่วยหนุนราคา Bitcoin ในระยะสั้น
ความผันผวนตลาดสูงขึ้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
ดัชนี VIX ซึ่งวัดความผันผวนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระยะ 30 วัน ปรับขึ้นสู่ระดับ 22.50 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 โดยในอดีต การที่ VIX เพิ่มขึ้นเหนือระดับ 20 มักสัมพันธ์กับการปรับฐานของ Bitcoin
ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนธันวาคม 2024 VIX พุ่งเหนือ 20 ทำให้ BTC แตะจุดสูงสุดที่ $104,000 ก่อนจะปรับตัวลง และในช่วงมีนาคมถึงเมษายน 2025 เมื่อ VIX ทะลุระดับ 25 ราคาของ BTC ก็ร่วงลงสู่ $80,000 อย่างรวดเร็ว
ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 Bitcoin ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของรอบที่ $126,000 ก่อนจะร่วงกลับต่ำกว่า $100,000 ขณะที่ VIX พุ่งขึ้นอีกครั้งเหนือระดับดังกล่าว
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงจาก 4.28% เหลือ 4.02% ซึ่งเป็นการร่วงลงแรงที่สุดนับตั้งแต่กันยายน 2025 และใกล้แตะเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 บ่งชี้ถึงการกลับมา “ป้องกันความเสี่ยง” ที่เพิ่มสูงขึ้นในหมู่นักลงทุนของตลาดการเงินแบบดั้งเดิม
ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ก็ลดลงแตะระดับ 7 ซึ่งเป็นหนึ่งในระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ Bitwise Asset Management ระบุว่า แม้ระดับ “ความกลัวสุดขีด” ของดัชนีมักเกิดใกล้ช่วงฟื้นตัวของตลาด แต่ข้อมูลบนบล็อกเชนยังไม่แสดงสัญญาณการกลับตัวระยะยาวอย่างชัดเจน เพราะมีเพียง 50% ของเหรียญทั้งหมดเท่านั้นที่ยังอยู่ในสถานะมีกำไร ซึ่งสัญญาณดังกล่าวเคยเกิดในช่วงตลาดหมีรุนแรงก่อนหน้านี้
สภาพคล่อง Stablecoin ชะลอตัว บ่งชี้แรงซื้อยังไม่กลับมา
ข้อมูลจาก CryptoQuant ชี้ว่า ในช่วงก่อนเดือนพฤศจิกายน 2025 ปริมาณ Stablecoin สำรองบนกระดานเทรดเพิ่มขึ้นกว่า $1.14 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงแรงซื้อที่ไหลเข้าสู่ตลาดในเวลานั้น แต่หลังจากตลาดเริ่มเข้าสู่ขาลง ปริมาณดังกล่าวกลับลดลงกว่า $8.4 พันล้านดอลลาร์ ภายในเดือนธันวาคม
ในเดือนที่ผ่านมา ปริมาณสำรอง Stablecoin สำรองบนกระดานเทดรทั้งหมดลดลงเพิ่มอีกราว $2 พันล้านดอลลาร์ แม้ไม่รุนแรงเท่าช่วงก่อนหน้า แต่ก็สะท้อนว่า “เงินลงทุนใหม่” ยังไม่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
Binance ยังคงครองส่วนแบ่งสภาพคล่องสูงสุด โดยถือครอง Stablecoin รวม $4.75 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 65% ของปริมาณทั้งหมดบนตลาดแบบรวมศูนย์ ในจำนวนนี้ USDT คิดเป็นกว่า $4.23 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดคริปโตยังคงอยู่ในภาวะ “ขาดแรงซื้อ” และอาจต้องรอให้ภาพเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ชัดเจนกว่านี้ก่อนที่ Bitcoin จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








