การลงทุน

พิธีกรการเงินชื่อดังแนะนักลงทุน ควรมีคริปโตเอาไว้ในพอร์ต 5 %

Mw I B810 Cramer Zg 20200309113325.jpg

พิธีกรการเงินชื่อดังให้คำแนะนำในการจัดพอร์ตการลงทุนเอาไว้อย่างน่าสนใจ

Jim Cramer พิธีกรรายการ Mad Money ของสำนักข่าว CNBC ได้แนะนำให้นักลงทุนควรมีพอร์ตการลงทุนในส่วนของเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ประมาณ 5 %

พิธีกรการเงินชื่อดังจัดพอร์ตให้กับนักลงทุน

โดยเขาเองก็ได้ถือเหรียญ ethereum โดยตรงอยู่แล้ว ซึ่งเขายืนกรานว่า เขาเป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นอย่างมาก

Jim Cramer ในฐานะผู้ดำเนินรายการ Mad money ได้แชร์มุมมองทัศนคติเกี่ยวกับการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่ในช่วงที่ผ่านมา โดยเขาได้ตอบคำถามของนักลงทุนที่ถามเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วทันใจ

Cregms Lpcg 1024x682.jpg

โดย Cramer เป็นอดีตผู้จัดการการลงทุนและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Thestreet.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางด้านการเงินและเทคโนโลยี

เขาได้ถูกถามจากนักลงทุนที่เป็นสายถือระยะยาวว่า ควรที่จะมีพอร์ตการลงทุนในส่วนของคริปโตเคอร์เรนซี่ดีหรือไม่ เช่นกันเขาได้ถูกถามเกี่ยวกับหุ้น Coinbase ซึ่งเป็นบริษัทซื้อขายคริปโตว่า จะได้รับอานิสงส์จากคริปโตเคอร์เรนซี่หรือไม่

แนะควรมีคริปโตในพอร์ต 5 %

เขากล่าวว่า หุ้น Coinbase โดยรวมแล้วเป็นหุ้นที่มีราคาถูก เขาไม่ได้สนใจเรื่องของการบริหารจัดการภายในบริษัท เพราะเขาคิดว่าคนส่วนใหญ่เทขายหุ้นในช่วงที่เข้าไปซื้อช่วงใหม่ ๆ เขาเองก็ไม่ได้แนะนำให้ทำแบบนั้น เขาคิดว่าควรที่ซื้อและถือหุ้นไป

เขาพูดต่อว่า จริง ๆ แล้วหุ้น Coinbase มันมีพื้นฐานโครงสร้างที่ดูแย่เอามาก ๆ เพราะเขาคิดว่าตัวบริษัทเองมันมีพื้นฐานทางด้านคริปโตโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

ในส่วนของพอร์ตการลงทุนนั้น เขาเกริ่นว่า เขาถือเหรียญ ethereum โดยส่วนตัวอยู่แล้ว และเขาคิดว่านักลงทุนดังกล่าวควรที่จะมีเหรียญคริปโตอยู่ในพอร์ตซัก 5 % และเขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในคริปโตเป็นอย่างมาก

โดยเขาได้เริ่มลงทุนในคริปโต ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็นการลงทุนที่เอาชนะเงินเฟ้อได้

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต
ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tether อายัด USDT กว่า $500 ล้านภายใน 30 วัน ข้อมูลชี้ Tron ถูกใช้มากที่สุด
Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้า 6 สัปดาห์ติด สูงที่สุดในรอบ 9 เดือน
Bitcoin หลุด $80,000 แม้เงินยังไหลเข้า ETF กว่า $1 พันล้าน
Bitwise ชี้ Stablecoin อาจโตแตะ $4 ล้านล้าน หากบริษัท Big Tech เดินหน้ารับใช้งานจริง