Bitcoin จะกลายเป็นกุญแจผ่านช่องแคบ Hormuz ได้หรือไม่?
อิหร่านอาจเรียกเก็บค่าผ่านทางเรือบรรทุกน้ำมันเป็น Bitcoin สะท้อนการใช้งานใหม่ของคริปโต ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลก

อิหร่านอาจเรียกเก็บค่าผ่านทางเรือบรรทุกน้ำมันเป็น Bitcoin สะท้อนการใช้งานใหม่ของคริปโต ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลก
Bitcoin กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “เครื่องมือทางการเงินเชิงยุทธศาสตร์” หลังมีรายงานว่าอาจถูกนำมาใช้เป็นช่องทางชำระค่าผ่านทางในช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก
หลังความขัดแย้งยาวนาน 39 วันระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มเข้าสู่ภาวะหยุดยิง อิหร่านมีแนวโน้มจะยังคงควบคุมช่องแคบ Hormuz ซึ่งรองรับการขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของโลก โดยมีแผนบริหารการเดินเรือร่วมกับโอมาน และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ต้องการผ่านเส้นทางดังกล่าว
ประเด็นสำคัญคือ ค่าผ่านทางดังกล่าวอาจไม่ได้จำกัดแค่สกุลเงินแบบดั้งเดิม โดย Hamid Hosseini ตัวแทนจากสมาคมผู้ส่งออกน้ำมันของอิหร่าน เปิดเผยว่า เรือบางลำอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็น Bitcoin เพื่อให้สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย
เขาระบุว่า กระบวนการดังกล่าวถูกออกแบบให้รวดเร็วและยากต่อการตรวจสอบ โดยเมื่อได้รับการอนุมัติ เรือจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการชำระเงินด้วย Bitcoin ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงการถูกติดตามหรือยึดทรัพย์ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร
หากมาตรการนี้ถูกนำมาใช้จริง จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอิหร่าน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยระบุว่าจะรับชำระค่าผ่านทางด้วยเงินหยวนจีนเท่านั้น
รายงานยังระบุว่า กองกำลัง Islamic Revolutionary Guard Corps มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเข้าออกของเรือในพื้นที่ โดยอนุญาตเฉพาะเรือที่ผ่านการอนุมัติ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึงหลายล้านดอลลาร์ต่อเที่ยว
การใช้คริปโตในบริบทนี้สะท้อนให้เห็นถึงการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงระบบการเงินแบบดั้งเดิม ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตร และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่
ในอีกด้านหนึ่ง Jamie Dimon CEO ของ JPMorgan ออกมาเตือนว่าภาคธนาคารกำลังเผชิญแรงกดดันจากเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็น blockchain หรือ AI ซึ่งกำลังเปิดทางให้ผู้เล่นรายใหม่สามารถสร้างระบบการเงินที่เร็วและต้นทุนต่ำกว่า
Dimon ยังชี้ว่า Stablecoin ควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการเงิน ขณะที่ JPMorgan เองก็เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน blockchain เช่นแพลตฟอร์ม Kinexys เพื่อแข่งขันในตลาดนี้
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก Bernstein มองว่า Figure Technologies ซึ่งใช้ blockchain ในการปล่อยสินเชื่อ มีศักยภาพเติบโตสูง หลังยอดปล่อยกู้รายเดือนทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ โดยมองว่าหุ้นของบริษัทอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าตัว
ภาพรวมทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า คริปโตไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่มีบทบาทในระดับโครงสร้างเศรษฐกิจและการเมืองโลก ตั้งแต่การค้า พลังงาน ไปจนถึงระบบการเงินในอนาคต
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








