ฮ่องกงเดินหน้าสู่ศูนย์กลางคริปโตระดับโลก ย้ำจุดยืน “ตลาดเปิด-กฎระเบียบก้าวหน้า”
เลขาธิการการคลังของฮ่องกงเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค พร้อมชี้การผสาน AI กับบล็อกเชนจะสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในอนาคต

เลขาธิการการคลังของฮ่องกงเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค พร้อมชี้การผสาน AI กับบล็อกเชนจะสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในอนาคต
Paul Chan Mo-po เลขาธิการการคลังของฮ่องกงย้ำว่าฮ่องกงจะยังคงเป็น “ตลาดที่มั่นคง เปิดกว้าง และมีชีวิตชีวาสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล” ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่งาน Consensus 2025
“เรากำลังลงทุนอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง และการพัฒนาบุคลากร” Chan กล่าว พร้อมเสริมว่าฮ่องกงมีระบบนิเวศของ Web3 ที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
“Cyberport และ Science Park ของเรากลายเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับนวัตกรรม Web3 และฟินเทค ขณะที่มหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมกำลังร่วมมือกันเพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนในอนาคต”
ฮ่องกงผลักดันสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมการเงิน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฮ่องกงพยายามวางตำแหน่งให้ตนเองเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมทางการเงิน โดยปัจจุบัน Cyberport Web3 Network ซึ่งเป็นโครงการของรัฐที่สนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล มีบริษัทบล็อกเชนเข้าร่วมแล้วกว่า 270 แห่ง และเพิ่มขึ้นมากกว่า 120 แห่ง ในช่วง 17 เดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ฮ่องกงยังเสนอแผนการลดภาษีสำหรับกำไรจากคริปโตของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Funds) กองทุนไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity) และกองทุนของครอบครัว เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนสถาบันและดึงดูดเงินทุนเข้าสู่ตลาด
“หัวใจของความสำเร็จ อยู่ที่การรักษานโยบายกำกับดูแลที่ เปิดกว้าง เป็นธรรม สมดุล และมองไปข้างหน้า เพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน รวมถึง Web3 สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ” Chan กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มโครงการออกใบอนุญาตคริปโตในช่วงกลางปีที่แล้ว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกง (SFC) ได้ออกใบอนุญาตให้กับบริษัทเพียง 9 ราย เท่านั้น โดยล่าสุดในเดือนมกราคมที่ผ่านมา PantherTrade และ YAX เป็นสองบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในฮ่องกง
การผสาน AI กับบล็อกเชน – อาจเป็นโอกาสใหม่ของฮ่องกง
Chan ยังกล่าวถึงแนวโน้มที่น่าจับตามองว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบล็อกเชน กำลังเข้ามาผสานกันมากขึ้น และจะนำไปสู่การใช้งานที่หลากหลายขึ้นในภาคการเงิน
“AI กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และถูกนำมาใช้ในภาคการเงินมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับบล็อกเชน ก็อาจเกิดโอกาสใหม่ ๆ รวมถึงความท้าทายที่ต้องรับมือ” เขากล่าว พร้อมระบุว่าฮ่องกงได้กำหนด นโยบายที่ชัดเจน เกี่ยวกับการใช้ AI ในภาคการเงินแล้ว
รัฐบาลฮ่องกงและหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินกำลังทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามแนวโน้มเทคโนโลยีและตลาด พร้อมสร้างกรอบกำกับดูแลที่โปร่งใส
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำนักงานบริการทางการเงินและคลังของฮ่องกง (FSTB) ได้ออก “นโยบายสองแนวทาง” (Dual-Track Policy) สำหรับการนำ AI มาใช้ในภาคการเงิน ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของฮ่องกงในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการเงินระดับโลก
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว