General

อาชญากรไซเบอร์หัวหมอ! ใช้ Blockchain เพื่อเป็นเครื่องมือ

Photo 1519575706483 221027bfbb31.jpg

อันตรายจากช่องโหว่ของ Blockchain ที่แฮ็กเกอร์มองเห็น

เหล่านักวิจัยจาก SophosLabs บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ด้านความปลอดภัยหลากหลายรูปแบบ ได้ทำการเผยแพร่ผลงานการศึกษาชิ้นหนึ่งที่เปิดเผยว่าเหล่าแฮ็กเกอร์กำลังใช้เครือข่าย Blockchain เพื่อสื่อสารความลับต่อกันผ่านการติดตั้ง Cryptojacking Malware ที่ชื่อว่า Glupteba ลงไปบน Bitcoin

ตามรายงานที่ได้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน อาชญากรไซเบอร์นั้นใช้ศูนย์ควบคุมและสั่งการหลักของพวกเขาส่งข้อความลับที่ถูกเข้ารหัสมาให้โดยจะต้องใช้การเข้ารหัสระดับสูงสุดที่ระดับ 256-bit Advanced Encryption Standard (256-bit AES) เพื่อปลดล็อคข้อความเหล่านั้น

Cryptojacking ภัยคุกคามใหม่ในโลกไซเบอร์

ปัจจุบันมีภัยคุกคามใหม่ของกลุ่มคนที่พยายามเข้าแทรกแซงระบบสกุลเงินดิจิทัล หรือเรียกว่า Cryptojacking โดยพวกแฮ็กเกอร์จะรันโค้ดไม่กี่บรรทัดลงบนเว็บไซต์เพื่อรอดักผู้ใช้และเจ้าโค้ดตัวนี้ก็จะสั่งการให้เครื่องของเหยื่อทำการขุดเหรียญในเหมืองดิจิทัล ผลที่เกิดขึ้นก็คืออุปกรณ์ของผู้เคราะห์ร้ายจะโดนเปลี่ยนระบบการทำงานภายในจนทำให้ทำงานอย่างหนัก และก่อให้เกิดการเสียหายได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นถ้าคอมพิวเตอร์ที่โดยเป็นขององค์กรใหญ่ที่มีระบบเชื่อมต่อกันทั้งองค์กรด้วยแล้วล่ะก็สามารถทำให้องค์กรล่มโดยไม่ยากเลย โดยการทำ Cryptojacking มักจะแฝงอยู่ตั้งแต่เว็บไซต์ดูหนังฟรี ไล่ไปจนถึงเว็บไซต์สุ่มเสี่ยงอื่นๆ

ทำไมแฮ็กเกอร์ต้องสื่อสารกัน

จุดประสงค์ที่แฮ็กเกอร์ทำช่องทางการสื่อสารนี้ขึ้นมาก็เพื่อที่จะได้รับข้อมูลที่อัพเดตแล้วของการทำ Malware ได้โดยง่าย โดยเหล่าผู้โจมตีจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตนเอง โดยเรียนรู้วิธีการเข้ารหัสที่แน่ชัดและทำการอัพเดตซอฟต์แวร์อันตราย

Malware ตัวนี้ทำงานกับเครื่อข่าย Bitcoin อย่างไร?

Gluptebaหรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า มัลแวร์ซอมบี้ หรือซอฟต์แวร์หุ่นยนต์ที่สามารถถูกควบคุมได้จากระยะไกล เจ้าโปรแกรมซอมบี้ตัวนี้มีฟังก์ชั่นที่หลากหลาย เช่น Rootkit การซ่อนตัวอยู่ในคอมพิวเตอร์หรือนำมาใช้เพื่อซ่อน Malware ตัวอื่นๆให้ทำงานอยู่ในคอมพิวเตอร์ได้ยาวนานขึ้น ฟังก์ชันยับยั้งการรักษาความปลอดภัย การแพร่ไวรัส ฟังก์ชันโจมตีเราท์เตอร์ การขโมยเบราซ์เซอร์และเครื่องมือในการปฏิบัติการ Cryptojacking

A Sample of Glupteba Encrypted Message.jpg
ตัวอย่างของการเข้ารหัส แหล่งที่มา : SophosLabs
“Glupteba ใช้ความจริงที่ว่าการทำธุรกรรม Bitcoin ได้ถูกบันทึกบนเครือข่าย Blockchain ของ Bitcoin ซึ่งเป็นการบันทึกแบบสาธารณะที่เปิดให้มีการเข้าถึงได้อย่างไม่จำกัดจากเครือข่ายส่วนใหญ่ แถมการทำธุรกรรม Bitcoin นั้นยังไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินเพียงด้านเดียวอีกด้วย เพราะยังรวมไปถึงการ RETURN หรือที่รู้จักกันในชื่อ OP_RETURN ซึ่งสามารถเขียนความเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 80 ตัวอักษร”

นี่จึงเป็นช่องวางที่เหล่าแฮ็กเกอร์มองแล้วว่าสามารถดำเนินการอะไรต่างๆได้มากมาย

หากในอนาตมีการจัดส่ง Malware โดยผู้ให้บริการจะเป็นอย่างไร?

นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่ใช้เครือข่ายBlockchain ในการส่งข้อความบน Crypto Sphereโดยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ข้อความหนึ่งถูกลงนามโดย 145 wallets หนึ่งในนั้นมี Bitcoin (BTC) เป็นหนึ่งในจำนวนของบล็อกแรกๆ โดยได้เรียกนาย Craig Wright ว่า “พวกโกหก และพวกขี้โกง”

อย่างไรก็ตามบริษัทรักษาความปลอดภัยของโลกไซเบอร์เตือนว่า Malware นั้นจะสามารถใช้ประโยชน์จากคุณสมบัตินี้ได้ในการเพิ่มมูลค่าในการทำการค้าเพื่อสร้างกำไรได้ในอนาคต

นาย Andrew Brandt หัวหน้านักวิจัยที่ SophosLabs ได้กล่าวกับ ZDNet ว่า

“ผมอยากจะบอกว่ากลุ่มผู้โจมตี Glupteba กำลังวางแผนจะทำการตลาดด้วยตัวเองในฐานะผู้ให้บริการการจัดส่ง Malware เพื่อผู้ผลิต Malware อื่นๆที่ให้ค่ากับช่วงชีวิตที่ยืนยาวและการซ่อนตัวอยู่เหนือเกมในช่วงท้ายที่ช่างน่ารำคาญ เช่น Ransomware Payload หรือคำสั่งที่จะส่งไปยังปลายทางของ Malware เรียกค่าไถ่”
ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต
แท็ก:
ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Metaplanet รุกธุรกิจหลักทรัพย์ ซื้อกิจการ Siiibo มูลค่า 13.1 ล้านดอลลาร์ เดินหน้าสร้างระบบการเงินบน Bitcoin ในญี่ปุ่น
Galaxy Research ชี้ Bitcoin อาจไม่ร่วงลึกเหมือนอดีต แม้ยังไม่ยืนยันจุดต่ำสุดของรอบนี้
แห่จองล้น! แคมเปญ IPO แบบ Tokenized ของ SpaceX บน Binance ดึงเงินกว่า 557 ล้านดอลลาร์ ก่อนเข้าตลาดหุ้น
ตลาดผันผวนหนัก! หุ้นเทคโนโลยีร่วง น้ำมันพุ่ง กดดัน Bitcoin เสี่ยงหลุด 60,000 ดอลลาร์