การชำระเงิน

‘ฮ่องกง’ พัฒนา CBDC ให้ทำงานร่วมกับ Stablecoin ได้แล้ว

cbdc stablecoin

เจ้าหน้าที่รัฐของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้ออกมาเปิดเผยว่า สกุลเงินดิจิทัลสามารถทำงานร่วมกับเหรียญ Stablecoin ได้แม้ว่าจะมีการระงับให้บริการแล้วก็ตาม

จากโครงการทดลองใหม่ของฮ่องกงพบว่า สกุลเงินดิจิทัลโดยธนาคารกลาง หรือ CBDC สามารถทำงานร่วมกับ Stablecoin ของเอกชนได้ แม้ว่าผู้ออกเหรียญรายนั้นจะระงับให้บริการแล้วก็ตาม

นี่จึงเป็นความสำเร็จอีกขั้นในการพัฒนา CBDC ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ Stablecoin ได้

ทำงานร่วมกันได้

โดยเหรียญ Stablecoin มีการออกแบบมาเพื่อให้มูลค่ามีเสถียรภาพโดยมีการอ้างอิงกับสกุลเงินหลักอย่างเช่นดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสินทรัพย์ประเภททองคำ ในขณะที่สกุลเงินดิจิทัลโดยธนาคารกลางหรือ CBDC จะเป็นเหรียญดิจิทัลที่มีการออกแบบโดยรัฐบาลในแต่ละประเทศนั้นโดยตรง

4981B753-6330-4219-B61D-EA3E45905FBC.png

งานวิจัยยังเปิดเผยว่า CBDC สำหรับผู้ใช้งานรายย่อย (Retail CBDC) ในครั้งนี้จะมีความเป็นส่วนตัวและมีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับทีมนักวิจัยของโครงการ Aurum ระบุ

โดยที่ Aurum เป็นโครงการศึกษาวิจัย CBDC ของประเทศฮ่องกง ถือเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของนวัตกรรม ไม่ตรงสงสัยเลยว่าต้นแบบโครงการนี้จะเป็นตัวเร่งสำคัญและก่อให้เกิดแรงบันดาลใจทั่วโลกให้หันมาวางโครงสร้างสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น

ไม่มีใครทำมาก่อน

สอดคล้องกับข้อมูลของ Atlantic Council ที่ได้ระบุว่า ตอนนี้ 100 กว่าประเทศทั่วโลกกำลังเดินหน้าทำสกุลเงินดิจิทัลและมีการเดินหน้าทดลองใช้งานทั่วทุกมุมโลก

คาดว่าโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลจะมีการสื่อกลางในการบริหารทั้งทางธนาคารหรือบริษัทชำระเงินอื่น ๆ เช่นกันโครงการ Aurum เองก็ได้มีการทดสอบในส่วนของการใช้เหรียญประเภท Stablecoin แทน

นอกจากนั้นแล้วงานวิจัยได้เปิดเผยอีกว่า การนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้งานร่วมกับ Stablecoin นั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน โดยที่การนำระบบพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลมาผนวกใช้กับ Stablecoin เป็นการพัฒนาที่ไม่ซ้ำใครและมีประโยชน์สำหรับธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ  

ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มมีการเดินหน้าพัฒนาวิจัยความเป็นไปได้ในการที่จะนำสกุลเงินดิจิทัลมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทในประเทศให้ได้อย่างเหมาะสม

แท็ก:
ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Max Template (77)
ethereum แซง bitcoin
Blockchain Thailand Genesis 2022
Bitfront ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการ