ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

Paybis เผย Stablecoin ขึ้นแท่นเครื่องมือชำระเงินหลักภาคธุรกิจ หลังยอดธุรกรรมทั่วโลกพุ่ง

Paybis เผย Stablecoin ขึ้นแท่นเครื่องมือชำระเงินหลักภาคธุรกิจ หลังยอดธุรกรรมทั่วโลกพุ่ง

รายงานล่าสุดจาก Paybis ระบุว่า Stablecoin ครองสัดส่วนสูงถึง 86% ของปริมาณธุรกรรมทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม สะท้อนเทรนด์ธุรกิจทั่วโลกที่หันมาใช้ดอลลาร์ดิจิทัลในการโอนเงินระหว่างประเทศมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็วและลดต้นทุนค่าธรรมเนียมให้ต่ำกว่า 1%

การใช้ Stablecoin เพื่อการชำระเงินระหว่างธุรกิจกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและเริ่มกลายเป็นหนึ่งในกรณีการใช้งานที่สำคัญที่สุดของสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทนี้ ตามข้อมูลล่าสุดจาก Paybis ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตและโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน

บริษัทเปิดเผยว่า ลูกค้าภาคธุรกิจคิดเป็นเกือบ 98% ของปริมาณการจ่ายเงินผ่าน Stablecoin ที่ประมวลผลบนแพลตฟอร์มในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับเพียง 36% ในปี 2023

( ที่มา : Paybis report )
( ที่มา : Paybis report )

Paybis อ้างอิงงานวิจัยของ McKinsey ที่ประเมินว่าปริมาณการชำระเงินผ่าน Stablecoin ทั่วโลกในปี 2025 มีมูลค่ารวมสูงถึง 390,000 ล้านดอลลาร์ โดยธุรกรรมการใช้งานระหว่างธุรกิจ (B2B) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของทั้งหมด

ขณะเดียวกัน Stablecoin ยังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนบนแพลตฟอร์มของ Paybis โดยคิดเป็น 86% ของปริมาณธุรกรรมคริปโตทั้งหมดในเดือนเมษายน 2026 เพิ่มขึ้นจากเพียง 12% ในเดือนกรกฎาคม 2023

ธุรกิจดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ข้อมูลของ Paybis ระบุว่า แหล่งที่มาหลักของปริมาณธุรกรรม Stablecoin ระหว่างธุรกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มาจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ธุรกิจสินค้าดิจิทัล ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกิจเทคโนโลยีค้าปลีก และอีคอมเมิร์ซฟินเทค

ทั้ง 5 กลุ่มดังกล่าวรวมกันคิดเป็นมากกว่า 78% ของกิจกรรม Stablecoin ภาคธุรกิจทั้งหมด บนแพลตฟอร์ม

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า 22.5% ของธุรกิจที่ตอบแบบสอบถามใช้งาน Stablecoin สำหรับการชำระเงินระหว่างประเทศอยู่แล้ว หรือมีแผนจะเริ่มใช้งานภายใน 12 เดือนข้างหน้า

ธุรกิจจำนวนมากยังเข้าใจต้นทุนและความเร็วผิดจากความเป็นจริง

Paybis ยังพบว่าหลายองค์กรยังประเมินต้นทุนและระยะเวลาการโอน Stablecoin สูงเกินความเป็นจริง

แม้ว่าธุรกรรม Stablecoin ส่วนใหญ่จะสามารถยืนยันและชำระเงินได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที ขึ้นอยู่กับเครือข่ายบล็อกเชนที่ใช้งาน แต่เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกลับคาดว่าการโอนเงินจะใช้เวลาระหว่าง 1 ชั่วโมงถึง 1 วัน

ในด้านค่าธรรมเนียม ประมาณหนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าต้นทุนการโอนอยู่ที่ราว 3% ขณะที่ในทางปฏิบัติ ค่าใช้จ่ายของการชำระเงินผ่าน Stablecoin มักอยู่ต่ำกว่า 1%

โฆษกของ Paybis อธิบายว่า ต้นทุนสุดท้ายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่เลือกใช้ ผู้ให้บริการชำระเงิน ค่าธรรมเนียมการแปลงเงินเข้า-ออกระบบ (On/Off-ramp) รวมถึงส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน

ตลาด Stablecoin เติบโตต่อเนื่อง พร้อมผู้เล่นรายใหม่รุกตลาด

การเติบโตของการใช้งาน Stablecoin กำลังผลักดันให้บริษัทการเงินและผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 319,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากราว 247,300 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

( ที่มา : DefiLlama )
( ที่มา : DefiLlama )

ปัจจุบัน USDT ของ Tether ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดที่เกือบ 59% ขณะที่ USDC ของ Circle มีมูลค่าตลาดประมาณ 76,000 ล้านดอลลาร์

กระแสดังกล่าวนำไปสู่การเปิดตัว Stablecoin รุ่นใหม่ที่มุ่งเน้นการใช้งานด้านการชำระเงินและการธนาคารมากขึ้น โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Falcon Finance ได้เปิดตัว Stablecoin สำหรับสถาบันในชื่อ fUSD ผ่านแพลตฟอร์มออกสินทรัพย์ดิจิทัลของ Anchorage Digital

ขณะที่ SoFi ได้เปิดตัว SoFiUSD สำหรับลูกค้าธนาคารผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ และล่าสุด MoneyGram ได้เปิดตัว Stablecoin MGUSD บนเครือข่าย Stellar เพื่อรองรับการโอนเงินข้ามพรมแดนและการถือครองดอลลาร์ดิจิทัล โดย Stablecoin ดังกล่าวออกโดย Bridge ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Stablecoin ของ Stripe's

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Stablecoin กำลังพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียงเครื่องมือซื้อขายคริปโต และกำลังก้าวสู่บทบาทสำคัญในระบบการชำระเงินระดับโลก โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และการโอนเงินข้ามประเทศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Travala เปิดตัวระบบให้ AI จองโรงแรมและชำระเงินด้วย USDC บน Base ได้แล้ว
Michael Saylor ส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin เพิ่ม ก่อนผู้ถือหุ้นลงมติเปลี่ยนการจ่ายปันผล STRC
Bitcoin RSI ส่งสัญญาณ Oversold หนักสุดนับตั้งแต่วิกฤต COVID-19 นักวิเคราะห์ชี้มีลุ้นฟื้นกลับสู่ 70,000 ดอลลาร์
Michael Saylor ชี้ Bitcoin ต้องเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ท่ามกลางแรงขาย ETF และข้อถกเถียงเรื่องความต้องการของสถาบัน