BitMine Immersion ขาดทุนกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ หลังราคา Ether ดิ่งต่อเนื่อง
BitMine บริษัทที่ถือครอง Ether 4.2 ล้านเหรียญ เผชิญผลขาดทุนหนักจากกลยุทธ์การถือครองคริปโต ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ล้างสัญญา Leverage และสภาพคล่องลดน้อยลง

BitMine บริษัทที่ถือครอง Ether 4.2 ล้านเหรียญ เผชิญผลขาดทุนหนักจากกลยุทธ์การถือครองคริปโต ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ล้างสัญญา Leverage และสภาพคล่องลดน้อยลง
บริษัท BitMine Immersion Technologies ซึ่งเป็นบริษัทที่ลงทุนใน Ether และมีความเชื่อมโยงกับนักลงทุนชื่อดัง Tom Lee กำลังประสบกับผลขาดทุนจำนวนมหาศาล หลังมูลค่าการถือครองของบริษัทลดลงอย่างหนักตามภาวะตลาดคริปโตที่ยังอยู่ในช่วงขาลง
รายงานจากแพลตฟอร์ม Dropstab ระบุว่า BitMine เพิ่งเข้าซื้อ Ether เพิ่มอีกกว่า 40,000 เหรียญ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดถือครองรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 4.24 ล้าน ETH แต่มูลค่ารวมของพอร์ตได้ลดลงจากระดับสูงสุดราว 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม เหลือเพียงประมาณ 9.6 พันล้านดอลลาร์ ในปัจจุบัน ซึ่งเท่ากับบริษัทกำลังมีมูลค่าพอร์ตลดลงกว่า 6 พันล้านดอลลาร์
ราคาของ Ether ล่าสุดร่วงลงแตะ 2,300 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบหลายเดือน โดยสำนักข่าวการเงิน The Kobeissi Letter ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรง มาจากสภาพคล่องในตลาดที่ลดน้อยลงและการใช้ Leverage ที่สูงเกินไปของนักลงทุน ซึ่งเมื่อเกิดแรงขายพร้อมกันในตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ ก็ยิ่งเร่งให้ราคาปรับตัวลงเร็วขึ้น
ด้าน Tom Lee ให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า ตลาดคริปโตในช่วงต้นปี 2026 ยังคงอยู่ในช่วงที่ “ยากลำบาก” หลังผ่านเหตุการณ์เทขายครั้งใหญ่เมื่อเดือนตุลาคมปี 2025 ที่ทำให้มูลค่าตลาดหายไปราว 1.9 แสนล้านดอลลาร์ เขามองว่าแม้ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของคริปโตจะยังคงแข็งแกร่ง แต่ตลาดจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อปรับตัวและลดการใช้ Leverage ส่วนเกินออกจากระบบก่อนที่จะกลับเข้าสู่การฟื้นตัว
ขณะเดียวกัน บริษัทผู้ดูแลสภาพคล่อง Wintermute ก็แสดงความเห็นที่สอดคล้องกัน โดยมองว่าการฟื้นตัวของตลาดคริปโตในปีนี้จำเป็นต้องอาศัยการปรับโครงสร้างหลายด้าน ทั้งแรงซื้อของ Bitcoin และ Ether ที่ต้องกลับมา ความคืบหน้าของกองทุน ETF สินทรัพย์ดิจิทัล และการเพิ่มบทบาทของบริษัทที่ถือครองคริปโตในงบดุล รวมถึงการกลับเข้ามาของนักลงทุนรายย่อย
Wintermute ระบุว่าความสนใจของนักลงทุนรายย่อยในขณะนี้ยังคงมุ่งไปที่เทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น AI และ ควอนตัมคอมพิวเตอร์ มากกว่าจะกลับมาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวของตลาดคริปโตต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








