Bitmine ทุ่มซื้อ ETH เพิ่มอีก 52 ล้านดอลลาร์ ขณะ Tom Lee ชี้ราคายังไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของ Ethereum
Bitmine เดินหน้าสะสม Ether ต่อเนื่องจนถือครองกว่า 5.4 ล้านเหรียญ หรือราว 90% ของเป้าหมายการครอบครอง 5% ของอุปทาน ETH ทั้งหมด ขณะที่ Tom Lee มองว่าราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานของเครือข่าย Ethereum อย่างมีนัยสำคัญ

Bitmine เดินหน้าสะสม Ether ต่อเนื่องจนถือครองกว่า 5.4 ล้านเหรียญ หรือราว 90% ของเป้าหมายการครอบครอง 5% ของอุปทาน ETH ทั้งหมด ขณะที่ Tom Lee มองว่าราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานของเครือข่าย Ethereum อย่างมีนัยสำคัญ
Bitmine Immersion Technologies บริษัทจดทะเบียนที่เป็นผู้ถือครอง Ether (ETH) รายใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยว่าได้เข้าซื้อ ETH เพิ่มอีก 26,497 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าราคาของสินทรัพย์จะยังปรับตัวลงก็ตาม
Tom Lee ประธานบริษัท Bitmine ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า ราคาของ ETH ในปัจจุบันยังไม่สะท้อนความแข็งแกร่งของปัจจัยพื้นฐานบนเครือข่าย Ethereum ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมองว่าตลาดคริปโตยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของรอบการฟื้นตัว หรือที่เขาเรียกว่า “Crypto Spring”
“ในมุมมองของเรา ราคาของ ETH ยังไม่ได้สะท้อนการเติบโตของปัจจัยพื้นฐานบนเครือข่าย Ethereum อย่างเต็มที่ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจ เพราะเรายังอยู่ในช่วงแรกของการฟื้นตัวของตลาดคริปโต” Lee กล่าว
ปัจจุบัน Bitmine ถือครอง ETH รวมกว่า 5.4 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 10,500 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทครองตำแหน่งองค์กรที่ถือครอง Ether มากที่สุดในโลก แม้ว่าช่วงต้นเดือนบริษัทจะชะลอการเข้าซื้อ หลังจากก่อนหน้านี้สะสม ETH มากกว่า 100,000 เหรียญต่อสัปดาห์ติดต่อกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์
ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า ETH ปรับตัวลดลงราว 4.7% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา โดยเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,963 ถึง 2,126 ดอลลาร์
ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันจันทร์ Lee ยอมรับว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโตยังคงเต็มไปด้วยความผิดหวัง เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้เหมือนหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีที่กำลังทำผลงานโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าปัจจัยสนับสนุนระยะยาวของทั้ง Bitcoin และ Ethereum ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าราคาจะเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น รวมถึงการขายทำกำไรจากนักลงทุนรายใหญ่และผู้ถือครองระยะยาวบางส่วน
Lee ยังให้เหตุผลว่า การเติบโตของเทคโนโลยี AI จะยิ่งเพิ่มความสำคัญของระบบยืนยันตัวตนแบบกระจายศูนย์และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินบนบล็อกเชน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต
“เมื่อระบบ AI พัฒนามากขึ้น เราจะเริ่มเห็นการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมและการดำเนินงานบนเว็บไซต์ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระบบยืนยันตัวตนและการตรวจสอบข้อมูลแบบกระจายศูนย์ และนั่นคือสิ่งที่คริปโตสามารถตอบโจทย์ได้”
นอกจากนี้ Lee ยังมองว่าแนวโน้มการนำสินทรัพย์ในตลาดการลงทุนแบบดั่งเดิมเข้าสู่รูปแบบโทเคน (Tokenization) ของสถาบันการเงินรายใหญ่บน Wall Street จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมในระยะยาว เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายเงินทุนและสร้างนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาเครือข่ายอย่าง Bitcoin, Ethereum และแพลตฟอร์ม Smart Contract อื่น ๆ
Bitmine เริ่มประกาศกลยุทธ์สะสม Ether อย่างจริงจังตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 โดยตั้งเป้าถือครอง ETH ให้ได้ 5% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมดที่มีอยู่ราว 120.6 ล้านเหรียญ ปัจจุบันบริษัทบรรลุเป้าหมายดังกล่าวไปแล้วประมาณ 90% และ Lee คาดว่าบริษัทจะสามารถแตะเป้าหมายการถือครองดังกล่าวได้ภายในปีนี้
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








