Bitcoin พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน หลังเงินไหลกลับเข้า ETF แต่แนวต้าน $105,000 ยังดูห่างไกล
กองทุน Bitcoin ETF มีเงินทุนไหลเข้ากว่า 840 ล้านดอลลาร์หนุนราคาแตะ $97,000 ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า สัญญาณจากตลาดอนุพันธ์และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันตลาด

กองทุน Bitcoin ETF มีเงินทุนไหลเข้ากว่า 840 ล้านดอลลาร์หนุนราคาแตะ $97,000 ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า สัญญาณจากตลาดอนุพันธ์และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันตลาด
ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นกว่า 5.5% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 60 วัน ที่ราว $97,000 หลังจากเกิดกระแสเงินไหลเข้าสู่กองทุน Spot Bitcoin ETF มูลค่ารวมกว่า $840 ล้านดอลลาร์ ในวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า การดีดตัวครั้งนี้ ยังคงขัดกับสัญญาณจากตลาดอนุพันธ์ โดยข้อมูลจาก BTC options delta skew แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมืออาชีพยังคงแสดงท่าทีระมัดระวัง
ปัจจุบันค่า delta skew อยู่ที่ 4% ซึ่งสะท้อนว่ายังมีความต้องการฝั่ง put (ขาย) สูงกว่า call (ซื้อ) แสดงถึงความไม่แน่นอนของตลาดแม้ Bitcoin จะทะลุแนวต้าน $96,000 แล้วก็ตาม
ในทางกลับกัน การพุ่งขึ้นรอบนี้ได้สร้างแรงกดดันต่อฝั่งขาย โดยมีการล้างพอร์ตฝั่ง Short มูลค่ารวมกว่า $370 ล้านดอลลาร์ภายในสองวัน สูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025
ตลาดยังอยู่ในโหมด “Risk-off” แม้ Bitcoin ฟื้นตัว
แม้ราคาของ Bitcoin จะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่ภาพรวมของตลาดการเงินโลกยังสะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่ปรับลดความเสี่ยงลง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและแร่เงินที่ต่างทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2026
ดัชนี Nasdaq ซึ่งเป็นตัวแทนของหุ้นเทคโนโลยียังคงอ่อนแรง โดยไม่สามารถกลับไปยืนเหนือระดับ 26,000 ได้ตั้งแต่ต้นพฤศจิกายน สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและสินทรัพย์เสี่ยง
นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางการเมืองทั่วโลกยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อ Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ
หลังจาก ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรการทางทหารกับอิหร่าน พร้อมเสนอเก็บภาษีนำเข้า 25% จากประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าจะกระทบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนและอินเดีย
ในขณะเดียวกัน Trump ยังย้ำจุดยืนเรื่อง “การควบคุมเกาะกรีนแลนด์” เพื่อเหตุผลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองในยุโรป
ตลาดพันธบัตรสะท้อนความกลัว ขณะที่ทองคำยังเป็นที่หลบภัย
อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ลดลงสู่ระดับ 3.51% บ่งชี้ว่านักลงทุนยอมรับผลตอบแทนที่ต่ำลงเพื่อความปลอดภัยจากสินทรัพย์ของรัฐบาล
ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดของสหรัฐฯ อยู่ที่ 2.7% ต่อปี ยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งสร้างแรงกดดันให้ Fed ต้องระมัดระวังในการลดดอกเบี้ย
Warren Buffett ประธานของ Berkshire Hathaway แสดงความกังวลต่อ “ความไม่แน่นอนของทิศทางเทคโนโลยี AI” โดยบริษัทถือเงินสดสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า $3.81 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก $1.7 แสนล้านในปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดทุนยังคงอยู่ในโหมดลดความเสี่ยง
ยังห่างไกลจากแนวต้าน $105,000 นักลงทุนจับตา Fed และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งหุ้นและคริปโต
แม้ Bitcoin จะหลุดจากช่วงตลาดขาลงในสองเดือนที่ผ่านมา แต่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์บ่งชี้ว่า นักเทรดยังไม่เชื่อมั่นในโอกาสการพุ่งต่อถึง $105,000 ในระยะสั้น
ปัจจัยที่ตลาดยังเฝ้าจับตาคือการตัดสินใจของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยไม่จุดชนวนเงินเฟ้อรอบใหม่หรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดสำคัญว่ากระแสทุนจะยังคงหนุน Bitcoin ต่อไป หรือหันกลับสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








