ร่างกฎหมายใหม่ของนอร์ทแคโรไลนา อาจเปิดทางให้กองทุนบำนาญของรัฐลงทุนคริปโต
ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้เสนอร่างกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่อาจเปิดทางให้รัฐจัดสรรเงินลงทุนสูงสุด 5% ของกองทุนบำนาญไปยังสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin

ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้เสนอร่างกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่อาจเปิดทางให้รัฐจัดสรรเงินลงทุนสูงสุด 5% ของกองทุนบำนาญไปยังสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin
ร่างกฎหมาย Investment Modernization Act (House Bill 506) ซึ่งถูกเสนอโดย Brenden Jones เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา กำหนดให้กระทรวงการคลังของรัฐจัดตั้งหน่วยงานอิสระเพื่อกำหนดว่าสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในกองทุนบำนาญของรัฐ ขณะที่ร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาเหมือนกันในวุฒิสภา State Investment Modernization Act (Senate Bill 709) ถูกเสนอเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา
ร่างกฎหมายดังกล่าวนิยามคำว่า "สินทรัพย์ดิจิทัล" ครอบคลุมถึงสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) โทเคน NFT รวมถึงสินทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่ให้สิทธิการเข้าถึงข้อมูล อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขด้านมูลค่าตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถลงทุนได้ ต่างจากกฎหมายในรัฐอื่น ๆ ที่กำลังพิจารณาแนวทางที่คล้ายกัน
หน่วยงานใหม่ที่ชื่อว่า North Carolina Investment Authority จะต้องประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภท รวมถึงต้องจัดเก็บสินทรัพย์เหล่านี้ในระบบดูแลรักษาที่ปลอดภัย ขณะที่เว็บไซต์ Bitcoin Laws ซึ่งเป็นผู้ติดตามกฎหมายด้านสินทรัพย์ดิจิทัลระบุว่าร่างกฎหมาย House Bill 506 ดังกล่าว ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นร่างกฎหมายสำหรับการจัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin เนื่องจากไม่ได้บังคับให้รัฐถือครอง Bitcoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ ในระยะยาว
นอร์ทแคโรไลนาร่วมแข่งขันในกระแสการออกกฎหมาย Bitcoin
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม วุฒิสมาชิกของนอร์ทแคโรไลนา ได้เสนอร่างกฎหมาย Bitcoin Reserve and Investment Act (Senate Bill 327) ซึ่งมีเป้าหมายให้กระทรวงการคลังของรัฐสามารถลงทุนสูงสุดถึง 10% ของมูลค่าทั้งหมดของกองทุนสาธารณะไปยัง Bitcoin โดยร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอโดย Todd Johnson, Brad Overcash และ Timothy Moffitt
ร่างกฎหมายฉบับนี้มองว่า Bitcoin เป็น "นวัตกรรมทางการเงิน" ที่อาจช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของรัฐ โดยกำหนดให้ Bitcoin ที่ถือครองต้องถูกจัดเก็บในกระเป๋าเก็บเหรียญระยะยาวแบบหลายลายเซ็น (Multi-signature cold storage) และสามารถขายออกได้เฉพาะในกรณีที่เกิด "วิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรง" เท่านั้น ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากสภานิติบัญญัติของรัฐไม่ต่ำกว่าสองในสาม
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังเสนอให้มีการจัดตั้ง Bitcoin Economic Advisory Board หรือคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ Bitcoin เพื่อดูแลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์สำรอง
ข้อมูลจาก Bitcoin Laws ยังระบุว่าจนถึงขณะนี้ มีร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin ถูกเสนอในระดับรัฐแล้ว ทั้งหมด 41 ฉบับ ครอบคลุม 23 รัฐทั่วสหรัฐฯ โดย 35 ฉบับยังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณา
ในระดับรัฐบาลกลาง เมื่อต้นเดือนมีนาคม ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อจัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve และ Digital Asset Stockpile หรือกองทุนสำรอง Bitcoin และคลังสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกองทุนเหล่านี้จะใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกยึดจากคดีอาญาของรัฐบาลเป็นทุนตั้งต้น
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว