อุตสาหกรรมเหมืองขุด Bitcoin เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ค่าความยากในการขุด Bitcoin ลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 135.5 ล้านล้าน ขณะที่เวลาปิดบล็อกเฉลี่ย อยู่ที่ราว 9.8 นาที ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและการเทขายเหรียญของนักขุด

ค่าความยากในการขุด Bitcoin ลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 135.5 ล้านล้าน ขณะที่เวลาปิดบล็อกเฉลี่ย อยู่ที่ราว 9.8 นาที ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและการเทขายเหรียญของนักขุด
ความยากในการขุด Bitcoin (Mining Difficulty) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดระดับความยากในการเพิ่มบล็อกใหม่บนเครือข่าย Bitcoin ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ประมาณ 135.5 ล้านล้าน (T) ลดลงราว 1.1% ภายใน 24 ชั่วโมง ตามข้อมูลจาก CoinWarz
แม้การปรับลดดังกล่าวจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันในระยะสั้น แต่แนวโน้มในรอบถัดไปกลับชี้ว่าความยากในการขุดอาจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดย CoinWarz คาดว่าการปรับ Difficulty ครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 และอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 137.43 ล้านล้าน
ขณะเดียวกัน เวลาเฉลี่ยในการสร้างบล็อกล่าสุดอยู่ที่ราว 9.8 นาที ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายมาตรฐานของเครือข่ายที่ 10 นาทีเล็กน้อย สะท้อนถึงกำลังขุดของทั้งระบบ (Hashrate) ที่ยังอยู่ในระดับสูง
นักขุดเผชิญแรงกดดันรอบด้าน
อุตสาหกรรมเหมือง Bitcoin ยังคงเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรางวัลบล็อกที่ลดลง ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ภาวะตลาดซบเซา รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านการเทขาย Bitcoin ของบริษัทเหมืองขุดรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งรวมถึง MARA, CleanSpark, Riot, Cango, Core Scientific และ Bitdeer โดยบริษัทเหล่านี้ขาย Bitcoin รวมกันมากกว่า 32,000 BTC ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 ตามรายงานของ TheEnergyMag
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าปริมาณการขายรวมของทั้งปี 2025 และยังมากกว่าช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดคริปโตได้รับผลกระทบหนักจากเหตุการณ์ Terra-Luna
ต้นทุนพุ่ง กดกำไรนักขุด
โดยปกติแล้ว นักขุดมักขาย Bitcoin เพื่อนำเงินไปครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เป็นเงิน Fiat เช่น ค่าไฟฟ้าและค่าอุปกรณ์ แต่ในปัจจุบัน ต้นทุนการขุดต่อ 1 BTC เพิ่มสูงขึ้นจนเข้าใกล้หรือบางครั้งสูงกว่าราคาตลาด
รายงานของ CoinShares ระบุว่า ปัจจุบันมีนักขุด Bitcoin ราว 20% ที่อยู่ในภาวะขาดทุน ภายใต้สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
CoinShares ยังชี้ว่า ไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ถือเป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุดสำหรับนักขุดนับตั้งแต่การ Halving ในเดือนเมษายน 2024 โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับฐานราคาของ Bitcoin จากระดับสูงราว 125,000 ดอลลาร์ ลงมาเหลือประมาณ 86,000 ดอลลาร์ภายในเดือนธันวาคม
แนวโน้มยังผันผวน
แม้การลดลงของ Difficulty ในรอบล่าสุดจะช่วยบรรเทาภาระในระยะสั้น แต่การคาดการณ์ว่าค่าความยากจะเพิ่มขึ้นในรอบถัดไป บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมเหมืองขุดยังต้องเผชิญกับการแข่งขันและแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
ในภาพรวม ตลาดยังคงจับตาว่าราคาของ Bitcoin จะสามารถฟื้นตัวได้มากเพียงใด เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความอยู่รอดของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ในระยะถัดไป
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








