ภาพรวมจากการสำรวจของบริษัทเว็บเทรดในอินเดียอย่าง CoinDCX พบว่านักลงทุนในประเทศส่วนใหญ่มองไม่เห็น “วิธีง่าย ๆ” ในการเข้าถึงสินทรัพย์ Crypto  แม้ว่าทางรัฐบาลอินเดียได้ทำการยกเลิกคำสั่งห้ามไม่ให้สถาบันการเงินให้บริการในด้านสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม

อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพ

ในเดือนพฤษภาคมปี 2020 ศาลฎีกาแห่งสาธารณรัฐอินเดียได้ยกเลิกคำสั่งห้ามธนาคารให้บริการทางการเงินแก่บริษัทจัดการสินทรัพย์ด้าน Crypto ที่มีบทบาทร่วมกับธนาคารทุนสำรองอินเดีย (the Reserve Bank of India)เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2018 และนั่นทำให้ตลาดสกุลเงินเสมือนของอินเดียเองก็ได้ขยายตัวอย่างมากในช่วงไตรมาสแรกของปี โดยสาธารณรัฐอินเดียได้กลายเป็นตลาดซื้อขาย Bitcoin ในรูปแบบ peer-to-peer ที่สำคัญแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้

แต่ความคลุมเคลือก็ยังคงมีให้เห็นอย่างแพร่หลาย

จากผลการสำรวจของบริษัทดังกล่าวบ่งชี้ว่ากว่า 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปียืนยันว่า “ไม่พบวิธีการเข้าสู่ตลาด Crypto ที่ง่ายเลย” โดยผู้ตอบแบบสอบถามที่มีรายได้น้อยกว่า 500,000 รูปีอินเดีย (6,700 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปีกว่า 60% ต่างก็เห็นด้วยกับความคิดเห็นดังกล่าวเช่นกัน

ประชากรในสาธารณรัฐอินเดียหลายกลุ่ม ได้แก่ ผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มอายุ 40 หรือมากกว่าจำนวน 22%, กลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 32% และกลุ่มนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์กว่า 23% อ้างว่า “การขาดความชัดเจนทางด้านกฎหมาย” ที่นับว่าเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการก้าวเข้าสู่ตลาด Crypto

แล้วใครกันบ้างที่ลงทุนกับ Crypto ในอินเดีย

CoinDCX ได้ทำการสอบถามผู้เข้าร่วมทำแบบสำรวจจำนวนมากกว่า 11,300 รายรวมไปถึงกลุ่มลูกค้าของบริษัทจำนวน 3,512 รายบนระบบดิจิทัล

จากการสำรวจบนระบบดิจิทัลดังกล่าวพบว่ากว่า 40% ของนักลงทุน Crypto คิดเป็น 1 ใน 3 จากจำนวนนักลงทุนทั้งหมดที่มีความเชี่ยวชาญในด้าน IT, การเงิน หรือ การศึกษา

ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามที่ทำงานในอุตสาหกรรมสถาบันการเงินต่าง ๆ กว่า 12% ระบุว่าพวกเขามีสินทรัพย์Crypto ไว้ในครอบครองแล้ว โดยผู้ตอบแบบสอบถามอีก 22% ต่างก็เห็นด้วยที่สกุลเงินเสมือนกลายเป็นตัวเลือกการลงทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งสัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ว่าสกุลเงินดิจิทัลนั้นจะสามารถเติบโตขึ้นในประเทศได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้จำนวนนักลงทุน Crypto เกือบ 2 ใน 3 ที่ได้รับเงินเดือน (เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระจำนวน 12% และมีเพียง 8% ที่ยังคงเป็นนักเรียนอยู่) แม้ว่าจำนวนผู้มี Crypto ไว้ในครอบครองจะมีอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำท่ามกลางกลุ่มนักเรียนก็ตาม แต่กว่า 87% ของกลุ่ม Hodlersหรือผู้ที่วางแผนครอบครอง Crypto ในระยะยาวเป็นกลุ่มคนที่จบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว

โดยข้อมูลการสำรวจของผู้ตอบแบบสำรวจกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาโท และผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ถึง 30 ปี บ่งชี้ว่า “ความรู้ และการศึกษา” Crypto ถือเป็นการท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพื่อให้เกิดการยอมรับภายในประเทศ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนน้อยมากที่เต็มใจไม่ใช้เงินดิจิทัลด้วยจำนวนต่ำกว่า 5% ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เกษียณอายุการทำงาน, ว่างงาน หรือประกอบอาชีพแม่บ้าน โดยพวกเขายืนยันว่าสกุลเงินดิจิทัล “ไม่ได้มอบสิทธิประโยชน์” ให้กับพวกเขาเลย