ในรายงานล่าสุดที่มีชื่อว่า The State of World Fisheries and Aquaculture ขององค์การอาหาร และการเกษตร (Food and Agriculture Organization - FAO) แห่งสหประชาชาติกล่าวว่า Disruptive Technology อย่างเช่น Blockchain, Internet of Things (IoT), หุ่นยนต์และระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ (Automatic Identification Systems - AIS) กำลังจะเข้ามาในฐานะผู้เปลี่ยนเกมสำหรับการพลิกโฉมให้ภาคอาหารทะเลทั่วโลกมีความยั่งยืนและทำกำไรได้มากขึ้นมหาศาล

โอกาสที่กว้างไกล

องค์การ FAO แห่งสหประชาชาติเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังใกล้เข้ามาในอุตสาหกรรมอาหารทะเลเนื่องจาก Blockchain จะให้เกิด “โอกาส” ที่กว้างขวางกว่าแต่ก่อน ยกตัวอย่างเช่น การจัดเก็บอาหารที่ทำให้สามารถคงสภาพได้ดังเดิมไม่มีเปลี่ยนรูป หรือแม้แต่การเพิ่มความโปร่งใสในขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ภายในห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนี้ยังช่วยเหลือให้เหล่าชาวประมงสามารถพยากรณ์สภาพอากาศและระบุตำแหน่งของปลาจากดาวเทียมซึ่งมีความแม่นยำสูง ซึ่งนี่จะทำให้การออกทะเลทุกครั้งสามารถคาดเดาผลตอบแทนได้ ทั้งยังปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ในอีกมุมหนึ่ง เทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูงและสมาร์ทโฟน ก็มีส่วนช่วยในการพัฒนาภาคส่วนอาหารทะเลให้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านความสามารถในการจัดจำหน่ายในอดีตได้เช่นเดียวกัน โดยการสร้างราคาตลาดปลาแบบเรียลไทม์และในอนาคตอาจจะมีการแล่ปลาโดยอัตโนมัติก็เป็นได้ ซึ่งนี่เอง IoT ก็จะมารับช่วงต่อในการทำให้ห่วงโซ่อุปทานและระบบแปรรูปของเวทีอาหารทะเลเชื่อมโยงกันมากขึ้น

“การใช้ Disruptive Technology ในการประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอาจยังไม่แพร่หลายในขณะนี้ แต่เมื่อเรามองเทคโนโลยีข้างต้น เราก็ได้เห็นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการความสามารถในการทำกำไร และความยั่งยืนของภาคการประมง และอาหารทะเล”

พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลง

วิถีชีวิตของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยพวกเขานั้นมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากินหรือดื่ม ภาคอาหารทะเลเองก็ไม่ได้รับการยกเว้นจากมุมมองเหล่านี้เช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคนิยมบริโภคปลาที่จับได้จากแหล่งที่โปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้

ดังนั้น Blockchain จะมีประโยชน์ในการนำข้อมูลเหล่านี้มาช่วยให้เหล่านักขายปลาสามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ตามความต้องการจากการประมงที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังสามารถเป็นเครื่องมือในการหลีกเลี่ยงการจับปลาที่ผิดกฎหมายได้อีกด้วย