รัฐบาลจีนอยากให้ไบต์แดนซ์ เลือกยุติปฏิบัติการแอปพลิเคชันวิดีโอ TikTok ในสหรัฐฯ มากกว่าที่จะต้องยอมถูกบังคับให้ขายกิจการ ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวซึ่งไม่ประสงค์จะเอ่ยนามที่การันตีว่ารับรู้เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงขู่เมื่อเดือนที่แล้วว่าจะแบนแอปพลิเคชัน Tiktok หากไม่ยอมขายกิจการให้แก่บริษัทสัญชาติอเมริกัน จึงทำให้ ByteDance บริษัท Startup ระดับ Unicorn เบอร์ 1 ของโลกเจอศึกหนักและกำลังอยู่ระหว่างเจรจาขายกิจการแอปพลิเคชันวิดีโอของพวกเขาในสหรัฐฯ กับบรรดาผู้สนใจซื้อทั้งหลาย ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึง Microsoft และ Oracle ด้วย

เส้นตายใกล้เข้ามาแล้ว

แหล่งข่าวซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนามระบุว่า เหล่าเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลจีนนั้นมองว่าการถูกบังคับขาย จะทำให้ทั้งไบต์แดนซ์และจีนเองดูอ่อนแอยามเผชิญแรงกดดันจากทรัมป์

แหล่งข่าวดังกล่าวยังรายงานอีกว่าทางการจีนนั้นมีความตั้งใจใช้บัญชีรายการเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่อยู่ในหมวด “ห้ามส่งออก-จำกัดการส่งออก” ไปต่างประเทศ ฉบับแก้ไขเมื่อวันที่ 28สิงหาคม เพื่อแตะถ่วงข้อตกลงขายกิจการใด ๆ ที่ทาง ByteDance สามารถเจรจาลุล่วงด้วยดี

อย่างไรก็ตาม ByteDance ได้ระบุในถ้อยแถลงที่ส่งถึงรอยเตอร์ ชี้แจงว่ารัฐบาลจีนไม่เคยแนะนำทางบริษัทว่าควรยุติปฏิบัติการแอปพลิเคชัน TikTok ในสหรัฐฯ หรือตลาดอื่น ๆ ใดเลย

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ตอบข้อซักถามเมื่อถูกถามเกี่ยวกับทรัมป์และ TikTok ระหว่างการแถลงข่าวประจำวัน ว่าสหรัฐฯ กำลังละเมิดแนวคิดของความมั่นคงแห่งชาติและเรียกร้องอเมริกาหยุดกดขี่บรรดาบริษัทต่างชาติ

ท้ายที่สุดแล้ว ByteDance เป็นเพียงหมากในการเผชิญหน้ากันระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจโลก

เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์ ออกคำสั่งพิเศษ 2 ฉบับ ซึ่งบังคับให้ ByteDance ขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ หรือไม่ก็อาจถูกแบนในประเทศแห่งนี้ ดินแดนที่แอปพลิเคชัน TikTok ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่น

สหรัฐฯ วิพาษ์วิจารณ์การละเมิดความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของแอปพลิเคชันนี้ โดยบ่งชี้ว่าจีนอาจใช้ TikTok แกะรอยที่ตำแหน่งของเจ้าหน้าที่รัฐ รวบรวมข้อมูลส่วนตัวเพื่อแบล็กเมล์และโจรกรรมข้อมูลขององค์กรต่าง ๆ แต่ทางบริษัทตอบโต้ว่าพวกเขาไม่เคยมอบข้อมูลใด ๆ ของผู้ใช้ในสหรัฐฯ แก่รัฐบาลจีนและปักกิ่งกล่าวหาความพยายามปราบปรามของทรัมป์ว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง

ปักกิ่งบอกว่าพวกเขาคัดค้านอย่างแข็งกร้าวต่อคำสั่งพิเศษของทรัมป์และในวันที่ 28 สิงหาคม ก็ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีรายการเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากรัฐบาลจีนก่อนถึงสามารถส่งออกได้ ซึ่งพวกผู้เชี่ยวชาญบอกว่าซอฟต์แวร์หลักของ TikTok จะอยู่ในบัญชีดังกล่าวด้วย