เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ผลักดันให้เกิดวิวัฒนาการของโลกให้ก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่งอย่างไร้ขีดจำกัด แต่ทว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีเหตุผลอื่นๆอีก เช่น สงคราม ภัยพิบัติจากธรรมชาติ การระบาดของโรคต่างๆ เป็นต้น

ตั้งแต่ปลายปี 2562 ทั่วโลกเกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือที่เรารู้จักกันว่า โควิด-19 ทำให้เกิดการระบาดทั่วโลก มีอัตราการตาย การติดเชื้อเป็นตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกวัน หลายๆประเทศทั่วโลกเกิดการ Lockdown ประเทศ เพื่อป้องกันการระบาดในประเทศ ส่วนประเทศไทยเองมีการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงเวลา 22:00-04:00 นาฬิกาเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน มีการปิดสถานบันเทิงหรือแหล่งรวมตัวของผู้คน สถานศึกษา โรงแรม ร้านค้าต่างๆ กิจการต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก

เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ เป็นประเด็นถกเถียงกันแต่ตอนนี้เริ่มมีการปรากฎขึ้นเป็นรูปร่างแล้วว่ามีหลายๆสถาบันทางการเงิน เกมและผู้ลงทุนให้ความสนใจกับธุรกิจที่จับต้องไม่ได้นี้เป็นจำนวนมาก ถึงเวลาเปลี่ยนโลกเก่าให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลที่แท้จริงแล้ว

จากวิธีเดิมๆ ไปสู่สิ่งใหม่ๆ

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีต่างๆที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการชำระเงินที่ง่ายและรวดเร็วกว่าการไปธนาคารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การโทรคมนาคมสื่อสารจากทั่วทุกมุมโลกโดยไร้พรมแดน การเปิดตัวเทคโนโลยี 5G ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมทั้งสิ้น และแน่นอนว่าการพัฒนาย่อมมีความเสี่ยงเสมอและแต่ละประเทศก็มีความยินดีในการรับรองความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เช่น ในญี่ปุ่นมีหุ่นยนต์ทำงานแทนแรงงานคน ในขณะที่ประเทศจีนซึ่งอยู่ในระดับแนวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรียกว่าหยวนดิจิตอล ร่วมกับ McDonald KFC และสตาร์บัค ส่วนในยุโรปโดยเฉพาะประเทศเยอรมันมีแนวโน้มการเลิกใช้เงินกระดาษแล้วหันมาใช้บัตรหรือการชำระผ่านสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้นเป็นประวัติการณ์

มุมมองใหม่เกี่ยวกับเงิน Crypto ในยุโรป

เงินสดอาจจะกลายเป็นของที่ระลึกในอดีต คาดว่าสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วน่าจะเป็นมาตรการป้องกันสุขภาพที่จำเป็นในสหภาพยุโรปที่บังคับให้ประชาชนต้องปรับทัศนคติที่มีต่อเงินสด นอกจากนี้มูลค่าการชำระเงินด้วยฟังก์ชั่นของบัตรเครดิตได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา

จากเงินสดเป็น crypto ในเยอรมัน มาจากตัวเลขการติดเชื้อ COVID-19 ของเยอรมนีที่มีมากกว่า 170,000 เคสและไม่ใช่ประเทศเดียวที่เกิดเหตุการณ์นี้ การระบาดใหญ่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกโดยภาครัฐเริ่มให้ความสนใจในการพัฒนา blockchain และ cryptocurrency เพื่อเร่งการสร้างกรอบการกำกับดูแลและการแก้ปัญหาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC)

ภายในปลายปี 2562 ความต้องการใช้สกุลเงินดิจิทัลมีความชัดเจนมากขึ้นและรัฐบาลเริ่มเปลี่ยนมุมมองในเทคโนโลยี  blockchain และ cryptocurrency ให้เป็นเทคโนโลยีของความหวังใหม่ ชั้นรากฐานสำหรับระบบการเงินที่ดีขึ้น นอกจากนี้ภายใต้กฎหมายที่มีการประกาศใช้เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2562 ผู้ดูแลทรัพย์สินดิจิทัลจะต้องได้รับใบอนุญาต ซึ่งหมายความว่าแต่ละบริษัทที่ทำงานกับ crypto ในปัจจุบันและเป้าหมายลูกค้าชาวเยอรมันจะต้องแจ้งความจำนงต่อฝ่ายกำกับดูแลการเงินของเยอรมันหรือ BaFin เพื่อรับใบอนุญาตก่อนวันที่ 1 เมษายนและส่งใบสมัครก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2020

การกำเนิดของความคิดริเริ่มระดับโลก

สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin (BTC) ได้รับการยอมรับแล้วในบางประเทศ - ตัวอย่างเช่น Burger King ซึ่งเป็นที่รู้จัก หนึ่งในเครือฟาสต์ฟู้ดระดับนานาชาติแห่งแรกที่ยอมรับวิธีการชำระเงินด้วย cryptocurrencies มีรายงานว่าในปี 2559 สามารถซื้อได้ที่สาขาเนเธอร์แลนด์ ต่อมาสาขาในเยอรมันเริ่มยอมรับ Bitcoin ในเว็บไซต์และแอพมือถือได้เช่นกัน ขณะที่ฝั่งจีน ธนาคารกลางจีนได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าจีนจะเป็นธนาคารกลางแห่งแรก ที่เปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางเอง ภายใต้ชื่อ Digital Currency Electronic Payment หรือ “DCEP”

ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากเชื่อว่าสกุลเงินดิจิทัลจะยังคงอยู่ต่อไป มาตรการด้านความปลอดภัย COVID-19 ไม่เพียงแต่นำเราไปสู่เรื่องของวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่เทคโนโลยีพื้นฐานและบล็อกเชนมีศักยภาพที่แท้จริงที่จะทำลายข้อถกเถียงทางการเงิน ลดคนกลางและมอบพื้นฐานที่ดีกว่าสำหรับการชำระเงิน การเข้าซื้อกิจการและการตั้งถิ่นฐานขององค์กร

Cryptocurrency กับสถาบันการเงินของไทย

ปัจจุบันการใช้คริปโทเคอเรนซีในไทยเพื่อธุรกรรมชำระเงินยังมีจำกัด แต่เริ่มมีคนไทยที่ผลิตเหรียญสัญชาติไทยได้ เช่น Zcoin และ OmiseGo ส่วนนักลงทุนไทยเริ่มรู้จักคริปโตที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) กำกับดูแลการขึ้นทะเบียนของผู้ประกอบการซื้อขายคริปโตในไทย

  • ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังทดสอบโครงการ ‘อินทนนท์’ โดยเป็นโครงการทดสอบระบบการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงินด้วยกันเอง (Whole Sale Settlement Central Bank Digital Currency: CBCD) โดยการใช้สกุลเงินดิจิตัลจำลองที่ธนาคารกลางเป็นผู้ออกให้
  • ทางด้าน SCB ได้สร้างระบบการโอนเงินสกุล XRP โดย Ripple
  • ส่วน Paypal ก็ได้ประกาศยอมรับการชำระเงินผ่านบิทคอยน์
  • รวมไปถึงล่าสุดที่ VISA และ MASTER CARD เองก็ลงมาร่วมเป็นผู้เล่นในตลาด cryptocurrencies เช่นกัน