Tao Tao แพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในญี่ปุ่นประกาศยุติการเจรจากับ Binance และมีการกำหนดไทม์ไลน์ของบริษัทเพื่อเปิดบริการการซื้อขาย Cryptocurrency สำหรับผู้ใช้งานในประเทศเอเชีย

Binance ยังตีตลาดญี่ปุ่นไม่ได้

Binance เป็น Exchange ด้าน Cryptocurrency ที่ทำการตลาดในหลายประเทศมาก ๆ และความพยายามของ Binance ก็รุดหน้ามาถึงญี่ปุ่น แต่ดูเหมือนว่าความพยายามจะไม่สำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้

อ้างอิงตามการอัปเดตเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมจาก Tao Tao ระบุว่าบริษัทตัดสินใจยุติการเจรจากับ Binance หลังจากมีการเจรจากันจนถึง 9 เดือน ด้าน Binance ได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือกับแพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเช่นเดียวกับ Z Corporation ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Z Holdings ซึ่งเดิมชื่อ Yahoo Japan ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมแล้ว

การเจรจาทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย Binance ที่ต้องการเจาะตลาดญี่ปุ่น ปัจจุบันแพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับอนุญาตจาก Financial Services Agency (FSA) ของประเทศในขณะที่ Binance นั้นไม่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตามบริษัท Tao Tao ไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาดังกล่าวนี้ แต่โฆษกได้มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อข่าว Cointelegraph Japan เป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้ให้ข้อมูลว่าว่าแพลตฟอร์ม "ไม่สามารถตกลงเรื่องกลยุทธ์" กับ Binance ได้ คาดว่าน่าจะคุยกันเรื่องของผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว

Binance จำกัดการเข้าถึงผู้ใช้งานชาวญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้ประมาณเมื่อเดือนมกราคม Binance ประกาศว่าจะจำกัดการเข้าถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นใโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำตามกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นในประเทศ ก่อนหน้านี้ Binance เคยมีสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่นหลังจากย้ายสำนักงานออกจากประเทศจีนในปี 2017 แต่อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งปีก่อนที่จะย้ายสำนักงานไปที่มอลตา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามหน่วยงานกำกับดูแลของญี่ปุ่นที่ FSA ได้ประกาศเตือน Binance เพราะบริษัทมีการดำเนินธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาต นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเกี่ยวกับคริปโตผ่านพระราชบัญญัติบริการการชำระเงินของญี่ปุ่นและพระราชบัญญัติเครื่องมือทางการเงินและการแลกเปลี่ยนมีกำหนดจะมีผลบังคับใช้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2020 อีกด้วยซึ่งอาจทำให้ไม่สะดวกต่อการทำธุรกิจของ Binance ในญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบเหล่านี้บริษัท BitMEX ซึ่งเป็นผู้ให้บริการตลาดอนุพันธ์สกุลเงินดิจิทัลก็ได้ปิดให้บริการแก่ชาวญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนด้านของ Kraken นั้นประกาศในเดือนกันยายนว่าจะกลับมาประกอบกิจการในประเทศหลังจากหน่วยงานกำกับดูแลได้อนุญาตให้ Payward Asia ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของญี่ปุ่นดำเนินการในฐานะผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์คริปโตได้แล้ว