เป็นที่ทราบกันดีในแวดวงของชาว Cryptocurrency ว่าเมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว 13 พฤษภาคม 2563 ได้เกิดเหตุการณ์ halving ของ Bitcoin หรืออัตรการเกิดของ Bitcoin เหรียญใหม่ๆ ลดลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียง 2 ล้านต่อปีเท่านั้น ทำให้ราคาของ Bitcoin มีความผันผวนอย่างมาก ตามหลักการของเศรษฐศาสตร์ เมื่ออุปทาน (ปริมาณความต้องการขาย) ลดลงแต่อุปสงค์ (ปริมาณความต้องการซื้อ) คงที่ มักจะทำให้เกิดราคาที่สูงขึ้น การ halving จึงมักจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงราคาของ Bitcoin ที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งการ halving ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการรักษาสมดุลของระบบและแก้ไขปัญหาอัตราเงินเฝ้อของตลาด cryptocurrency อย่างรอบคอบ นักลงทุนหลายๆคนจึงเลือกที่จะเก็บ Bitcoin เพื่อเก็งกำไรไว้ขายหลังจากราคามีความผันผวนสูงขึ้น นักขุดก็พยายามทำการขุด Bitcoin อย่างหนักก่อนที่การ halving จะลดลง ด้วยเหตุผลที่ว่าการขุดจะมีความยากขึ้นในขณะที่มีนักขุดจำนวนเท่าเดิม

ความยากในการขุด Bitcoin ลดลง 6% หลังจาก Halving

จากรายงานการขุดพบว่า อัตรา Hash rate อัตราการขุดทั้งหมดที่ก่อนหน้านี้มีถึง 122 exa-hashes ต่อวินาที ค่าเฉลี่ยใน 7 วันที่ผ่านมาหลังจากเหตุการณ์ halving ของอัตราการ Hash rate ของ Bitcoin ลดลงมากกว่า 20% เหลือเพียง 97 exa-hashes ต่อวินาที ความยากในการขุดของ Bitcoin ซึ่งวัดจากความยากในการแข่งขันเพื่อรับ Rewards ลดลง 6% คิดเป็น 15.14 ล้านล้านดอลลาร์ ที่เวลา 2:00 (UTC)

ความยากในการขุด Bitcoin จะปรับระดับความยากทุกๆ 2,016 บล็อกซึ่งเป็นเวลาประมาณ 14 วัน (เวลาเฉลี่ยที่จะเจอ 1 Bitcoin จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ซึ่งหากมีการปิดใช้เครื่องขุดจำนวนมากจากเครือข่ายทำให้ช่วงเวลาบล็อกเฉลี่ยนานกว่า 10 นาที) จะเห็นได้ว่าการขุดนั้นมาจากการแก้สมการลอการิทึมโดยซอร์ฟแวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการใช้พลังงานอย่างมหาศาล ดังนั้นความยากในการขุด Bitcoin ที่ถูกปรับทุกๆ 2 อาทิตย์ก็มีหลายปัจจัยด้วยกัน

ก่อนหน้านี้คนเหมืองหรือนักขุดได้รับ Rewards เป็นจำนวน 12.5 BTC สำหรับการเจอ Block ในการขุด แต่หลังจากการเกิด halving แล้ว Rewards ก็จะตกลงไปที่ 6.25 BTC ต่อ Block นักขุดย่อมต้องการให้ราคา Bitcoin สูงขึ้น เพราะว่า Rewards ในการขุดนั้นมันลดน้อยลงครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าเกิดผลทางตรงกันข้าม เช่น เมื่อเกิดการ halving แล้วราคาของ Bitcoin เท่าเดิม อาจจะเป็นจุดจบของของนักขุด Bitcoin ก็เป็นได้เพราะว่าพวกเขาได้รับ Rewards ลดลงครึ่งหนึ่งจากที่เคยได้แต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายเท่าเดิม และถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเขาอาจจะไม่ขุดต่อแล้วและไปหาวิธีที่พวกเขาจะสามารถทำกำไรได้แทน ปัจจัยที่สอง ก็คืออาจจะมีนักขุดหน้าใหม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการ halving ที่ลดลง ทำให้ความยากของการเจอ Bitcoin สูงขึ้นและเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาสูงขึ้นตามขึ้นไปด้วย ซึ่งในขณะเดียวกันการเพิ่มจำนวนของนักขุดก็ทำให้อัตรา Hash rate มีสูงขึ้น เมื่อการแข่งขันสูงขึ้น โอกาสการขุดเจอ Block ก็ลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่านักขุดหน้าใหม่จะยังคงปักหลักขุดต่อไป เพื่อสู้กับนักขุดอื่นๆทั่วโลกหรืออาจจะหยุดเพราะไม่คุ้มกับต้นทุนที่เสียไปก็ได้ ดังนั้นการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ผู้ลงทุนควรพิจารณาหลายๆ องค์ประกอบก่อนการลงทุนทุกครั้ง