Ethereum 2.0

การอัพเกรดระบบEthereum ในครั้งต่อไปจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเนื่องจากจะเป็นการขยายศักยภาพของระบบแล้วยังเป็นการเปลี่ยนฐานแนวคิดเดิมของเครือข่ายที่อาศัยชุดคำสั่งหรือ Protocol แบบ Proof of Work ซึ่งอาศัยพลังการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายเป็นองค์ประกอบหลักในการทำธุรกรรม ไปสู่ชุดคำสั่งแบบ Proof of Stake ซึ่งใช้ระบบการคำนวนเพื่อหาผู้ประมวลผลจากปริมาณของเหรียญที่ถือแทน

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้จะเป็นการแก้ปัญหาด้านข้อจำกัดของปริมาณธุรกรรมที่ระบบจะสามารถรองรับได้ อีกทั้งยังเปิดทางให้กับการพัฒนาต่อยอดเครือข่ายเพื่อสนองรับกับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่ใช้ Smart Contracts บนเครือข่าย โดยศักยภาพที่เพิ่มขึ้นนี้จะทำให้ระบบสามารถประมวลผลข้อมูลที่มีขนาด Block ใหญ่ขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ วึ่งการอัพเกรดครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดถึงการเติบโตในระยะยาวของระบบเลยทีเดียว

Ethereum กับการ Staking

หลังจากการอัพเกรดดังกล่าวนั้น การขุดเหรียญ Ethereum รวมถึงการประมวลผล Block ข้อมูลบนเครือข่ายจะเกิดจากกองเหรียญซึ่งได้ถูกตั้งขึ้นมาในฐานะ Validator หรือผู้ประมวลผลเท่านั้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเรียกว่าการ Staking  โดยขั้นต่ำของเหรียญที่จะใช้ในการStaking สำหรับ Ethereum นั้นจะอยู่ที่ 32 เหรียญเป็นต้นไป ซึ่งหากผู้ใช้มีเหรียญปริมาณดังกล่าว สามารถเริ่มต้นการStaking  ได้ทันทีนั่นเอง

เหรียญกว่า 80% พร้อมสำหรับการอัพเกรดแล้ว

อ้างอิงจากรายงานของทางบริษัทด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย Ethereum อย่าง ConsenSys ในชื่อ "Ethereum 2.0 Economic Review" นั้นได้มีการเปิดเผยว่าในขณะนี้ เหรียญ Ethereum กว่า 80% ของปริมาณเหรียญทั้งหมดบนเครือข่ายหรือประมาณ 86.6 ล้านเหรียญนั้นพร้อมแล้วที่จะได้รับการอัพเกรดไปสู่ระบบ 2.0 โดยเหรียญปริมาณดังกล่าวนั้นล้วนเป็นเหรียญที่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอยู่บน Exchange ทั้งสิ้น

รายงานดังกล่าวยังได้มีการเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่าเหรียญที่เหลืออีกกว่า 18.7 ล้านเหรียญได้กระจายอยู่ตามแพลตฟอร์ม Exchange ต่างๆ ซึ่งตามแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็ได้มีการเตรียมเปิดให้บริการกองเหรียญสำหรับการ Staking ในอนาคตอีกด้วย ซึ่งจะหมายความว่าเหรียญจำนวนดังกล่าวจะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดด้านการ Staking ที่สำหคัญของเครือข่ายนั่นเอง