ข่าว Bitcoin

รายงานพบ! ผู้ถือ Bitcoin ETF เกินครึ่งมาจาก นลท.รายย่อย

นักเศรษฐศาสตร์ ชี้! 85% ของผู้ลงทุนใน Bitcoin ETF มาจาก ‘นักลงทุนรายย่อย’

นักเศรษฐศาสตร์ ชี้! 85% ของผู้ลงทุนใน Bitcoin ETF ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 มาจาก ‘นักลงทุนรายย่อย’ ไม่ใช่สถาบัน

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ‘Jim Bianco’ นักเศรษฐศาสตร์มหภาคชื่อดัง ได้มีการออกมาโพสต์ข้อความโต้แย้งถึงข้อมูลที่กล่าวว่า กองทุน Bitcoin ETF นั้นถูกครอบครองโดยสถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหญ่เป็นหลัก

ข้อมูลที่ขัดแย้ง

Bianco เผยว่าหากอ้างอิงตามข้อมูลล่าสุดของ ‘แบบฟอร์ม 13F’ (รายงานสำที่เหล่าสถาบันการเงินที่มีสินทรัพย์ลงทุนมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปจะต้องยื่นต่อ SEC สหรัฐ) เเขาได้พบว่า ในส่วนที่ระบุถึงสัดส่วนของประเภทนักลงทุนภายในกองทุน Bitcoin ETF ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 นั้นมีความ ‘ขัดแย้ง’ กับข้อมูลที่นักวิเคราะห์จากสถาบันได้ทำการประกาศออกมา

<i>รูปภาพ:&nbsp;Jim Bianco/X</i>
รูปภาพ: Jim Bianco/X

หากมองจากพื้นที่สีน้ำเงินในรูป จะพบว่าสัดส่วนการถือครองของที่ปรึกษาการลงทุน(สถาบันการเงิน)ยังมีจำนวนที่น้อยมาก โดยคิดเป็น 2.5 ถึง 4% ซึ่งขัดแย้งกับรายงานที่ธนาคาร Citi ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่าสถาบันการเงินมีการถือครองกองทุน Bitcoin ETF เอาไว้ถึง 35%

Jim Bianco กล่าว

ส่วนมากเป็นนักลงทุนรายย่อย!

โดย Bianco ได้เปิดเผยว่าจากแบบฟอร์มดังกล่าว พบว่า 85% ของนักลงทุนที่เข้าซื้อกองทุน Bitcoin ETF ในช่วง 3 เดือนแรกหลังได้รับการอนุมัติ เป็นนักลงทุนรายย่อย และให้ความเห็นว่ากองทุนดังกล่าว เครื่องมือสำหรับเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อยเท่านั้น

มีเพียงประมาณ 3% ของกองทุน Bitcoin ETF เท่านั้นที่ถูกถือโดยสถาบัน และรายงานนี้ยังยืนยันให้เห็นอีกว่านักลงทุนที่อยู่ในกลุ่ม Baby boomer ยังไม่ได้เข้ามาถือครองกองทุนนี้ พวกเขาอาจจะเข้ามาภายในปีนี้ แต่ไม่ใช่กับไตรมาสแรก ในขณะที่กองทุน hedge funds เป็นผู้ถือครอง 10% ของสัดส่วนทั้งหมด และอีก 85% ถือครองโดยนักลงทุนรายย่อย

Jim Bianco กล่าว

ที่มา: DailyHodl 

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

แท็ก:
ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tether ประกาศเปิดตัว aUSDT! Stablecoin ชนิดใหม่ ที่มีมูลค่าอ้างองกับทองคำ
ล่าสุดเกาหลีใต้ ออกกฎหมายควบคุมคริปโต ฉบับใหม่
นักวิเคราะห์ชื่อดังชี้! Bitcoin อาจแตะจุดต่ำสุดในรอบนี้ไปแล้ว
สรุปภาพรวมบัญชีซื้อขายที่ Active และมูลค่าการซื้อขายคริปโตในประเทศไทย 1-17 มิ.ย. 67