สรรพสามิตเตรียมใช้ Blockchain ปี 2021

กรมสรรพสามิตของไทยเตรียมใช้งาน ​Blockchain เพื่อปรับปรุงระบบการชำระภาษี คาดว่าจะเตรียมใช้งานในปีหน้า อ้างอิงรายงานจากบางกอกโพสต์

เทคโนโลยี Blockchain เข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่รัฐบาลไทยของเรา Blockchain ถูกนำไปใช้หลาย ๆ แขนงโดยเฉพาะการจัดการกับระบบการชำระเงินและระบบ Supply Chain ต่าง ๆ

ด้านสรรพสามิตก็คาดหวังว่าการนำ Blockchain มาใช้งานในระบบการเก็บภาษีจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการเก็บภาษีมากขึ้น

ในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดสภาวะทางเศรษฐกิจก็ซบเซา ผู้แทนของหน่วยงานสรรพสามิตเลยเปิดเผยว่าถ้าหากมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นก็คงจะสร้างภาระให้กับประชาชนมากเกินไปจึงเลือกใช้ Blockchain ในการจัดเก็บภาษีสินค้าใหม่แทนขึ้นค่าภาษี

ตั้งเป้าเก็บภาษีให้ได้ 530 ล้านบาท

หลังจากที่ตัดสินใจนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้งาน กรมสรรพสามิตก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าในปีงบประมาณ 2021 จะทำให้หน่วยงานฯ สามารถจัดเก็บภาษีได้ประมาณ 530 พันล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปีงบประมาณ 2020 (548 พันล้านบาท)

เทคโนโลยี Blockchain จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการกำหนดราคา, ภาระภาษีการนำเข้าและส่งออกของสินค้าที่ต้องนำเข้าส่งออกแต่ละชิ้น ซึ่ง Blockchain จะช่วยประเมินมูลค่าของแต่ละหน่วยงานและเก็บภาษีของหน่วยงานรัฐบาลทั้ง 3 หน่วยมารวมอยู่ในฐานข้อมูลเดียวกัน

การใช้ Blockchain เข้ามาช่วยจัดเก็บภาษีจะทำให้พลเมืองที่มีหน้าที่เสียภาษีสามารถเลี่ยงภาษีได้ยากขึ้น ซึ่งหน่วยงานรัฐทั้งสามแห่งก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบภาษีให้สอดคล้อง

รายงานยังเผยอีกว่ามีการนำ Blockchain ไปใช้กับการประเมินการคืนภาษีของการส่งออกน้ำมันแล้วและกำลังดำเนินการอยู่และคาดว่าจะดำเนินการได้ในไตรมาสแรกของปีหน้า

“เหตุผลหลักที่ต้องใช้เทคโนโลยี Blockchain กับการส่งออกน้ำมันก่อนสินค้าอื่น ๆ ก็เพราะว่ามันสร้างรายได้มากกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปีซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของการจัดเก็บรายได้ทั้งหมดของกรมสรรพสามิต Blockchain น่าจะช่วยตรวจสอบได้ว่าน้ำมันถูกส่งออกไปนอกประเทศไทยจริงหรือเปล่าและตรวจสอบว่ามีการหมุนเวียนน้ำมันไปขายในประเทศที่ไหนบ้าง” นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว