เครือข่าย Ethereum ตอนนี้กำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องการประมวลผลเนื่องจากมีการใช้งานเครือข่ายเยอะมากและค่าธรรมเนียมก็พุ่งสูง โดยค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของ Ethereum ในขณะอยู่ที่ประมาณ $7.5 ซึ่งสูงกว่าของเครือข่าย Bitcoin ถึงสามเท่า

ค่าธรรมเนียมประมวลผล Ethereum พุ่งกระฉูด

ประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum เป็นเรื่องที่ชุมชนคริปโตบ่นกันมาก แต่ก็ยังคงมีการทำธุรกรรมบนเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม DeFi ผู้ใช้งาน DeFi ต่างเฝ้ารอการอัพเกรด Etheruem 2.0 ที่พวกเขาเชื่อว่าจะแก้ปัญหาความแออัดของเครือข่ายได้ แต่มันจะเป็นอย่างที่พวกเขาหวังจริงหรือ?

ในตอนนี้มี address ที่เปิดใช้งานแพลตฟอร์ม DeFi เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในขณะนี้มี Address กว่า 350,000 รายแล้ว แพลตฟอร์ม DeFi อย่าง Uniswap มีปริมาณการเทรดมากกว่าของแพลตฟอร์มเทรดคริปโต Coinbase อีกด้วยแต่หากเทียบจากฐานผู้ใช้งานก็ยังคงน้อยกว่า Coinbase อยู่ดีที่ตอนนี้ผู้ใช้งาน Coinbase มีผู้ใช้กว่า 32 ล้านรายแล้ว

ส่วนค่า Gas ที่เป็นค่าประมวลผลธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum ก็ยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ได้มีผู้ใช้งานมาตั้งข้อสังเกตว่าในขณะนี้ผู้ใช้งานบน DeFi ยังคงมีแสนกว่ารายแต่ปัญหาเรื่องค่า Gas กับการประมวลผลยังไม่ได้รับการแก้ไข เหมือนว่า Ethereum ไม่สามารถที่จะรองรับผู้ใช้งานแสนกว่ารายได้ด้วยซ้ำ ซึ่งก็ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า Ethereum 2.0 ที่จะอัพเกรดอีกไม่นาน มันจะแก้ปัญหาได้จริงหรือ

การอัพเกรด Ethereum 2.0 จะแก้ปัญหาเรื่องอะไร

การอัพเกรด Ethereum 2.0 เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความแออัดของเครือข่ายโดยเฉพาะโดยจะมีกระบวนการ Sharding เริ่มต้นจะมีการเพิ่มกระบวนการ Sharding เข้ามีอีก 64 Shard แต่ละ Shard จะบันทึกการประมวลผลบนเชนของตัวเองแยกออกมาเลย คือ จะทำให้พื้นที่การรองรับการประมวลผลของ Ethereum มีมากขึ้น

หากลองคำนวณนั่นเท่ากับว่าสมมติ DeFi มีผู้ใช้งานประมาณ 114,000 แต่ละคนถือคนละ 2 Addresses ก็จะมีจำนวนตัวเลขประมาณ 220,000 กับอีก 64 Shard เท่ากับมีผู้ใช้งานประมาณ 14 ล้านคนที่จะต้องจัดการ ก็ยังคงมีจำนวนน้อยกว่าผู้ใช้งาน Coinbase อยู่ดี เพราะฉะนั้นกระบวนการ Sharding อาจไม่ได้เข้ามาแก้ปัญหาความแออัดของเครือข่ายได้จริง

Ethereum Layer-2 Proposal

อีกการอัพเกรดหนึ่งที่จะเกิดขึ้นบนเครือข่าย Ethereum เรียกว่า Layer-2 Proposal ซึ่งด้านผู้ก่อตั้งนาย Vitalik Buterin เผยว่าการอัพเกรดตัววนี้จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องการประมวลผลบนเครือข่ายได้โดยจะทำให้เครือข่าย Ethereum สามารถประมวลผลธุรกรรมได้ถึง 2,500 ธุรกรรมต่อวินาที (จากเดิม 12-15 ธุรกรรมต่อวินาที)

การทำธุรกรรมทั้งหมดบนเครือข่าย ETH vs. การโอน ภาพจาก: Coinmetrics

ส่วนค่า Gas ที่ตอนนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ Exchange แล้ว ทำให้พวกเขาต้องเพิ่มค่าธรรมเนียมในการโอน Ethereum ในวันที่ 17 ก.ย. การทำธุรกรรมบนเครือข่ายพุ่งแตะจุด all-time high ที่ 1.34 ล้านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะนำ Layer-2 นี้มาใช้ก็อาจไม่ได้ช่วยเรื่องค่า Gas ได้อย่างครอบคลุมจริง