สำนักข่าวกรองกลางแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ CIA ได้เปิดตัวห้องปฏิบัติการกลางภายใต้ชื่อ CIA Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัย และพัฒนาภายในองค์กรเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สำหรับความท้าทายในอนาคตโดยเฉพาะ

โดย CIA มองว่าเทคโนโลยี Blockchain เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของการรวบรวม, การประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลความมั่นคงแห่งชาติจากทั่วทุกมุมโลก

CIA สนใจในระบบ DLT and Blockchain อย่างมาก

CIA Labs จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องปฏิบัติการกลางในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 300 แห่ง ซึ่งห้องปฏิบัติการดังกล่าวได้เสนอแนวทางที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อก่อให้เกิดความท้าทายในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

ทางด้านฝ่ายวิจัยได้พุ่งความสนใจไปที่เทคโนโลยีโปรโตคอลบัญชีแยกประเภทแบบกระจายอำนาจอย่าง Distributed Ledger และ เทคโนโลยี Blockchain นอกจากนี้ก็ยังมีเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตอื่น ๆ อีกด้วย เช่น Quantum Computing, Human Interface Systems,วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Bioscience), เทคโนโลยีชีวภาพ, ปัญญาประดิษฐ์(AI), Virtual Reality, Augmented Reality และ Data Analytics

Dawn Meyerriecks ผู้อำนวยการหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่ง CIA 

Dawn Meyerriecks ผู้อำนวยการหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่ง CIA กล่าวว่า

“ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่านวัตกรรมที่แสนมหัศจรรย์บางส่วนนั้นต่างก็มาจากการคิดค้นของ CIA และด้วยความช่วยเหลือที่กำลังจะเกิดจาก CIA Labs ทำให้ในตอนนี้พวกเรายืนอยู่ในจุดที่ดีขึ้นในการที่จะพัฒนา รวมไปถึงลงทุนเพิ่มเติมให้กับเหล่านักวิทยาศาสตร์ และนักเทคโนโลยีต่อไป โดยแผนการพัฒนาในอนาคตของ CIA Labs จะช่วยให้พวกเรารักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน และปกป้องประเทศของเราได้”

Blockchain หนทางใหม่สู่อนาคตที่ดีกว่า

CIA Labs จะนำเสนอโอกาสใหม่ให้กับเจ้าหน้าที่ในการยื่นจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับแนวความคิดใหม่ ๆ โดยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Blockchain มาใช้ โดยพวกเขาเองก็จะได้รับการแบ่งเปอร์เซ็นต์ของผลกำไรจากการกระทำดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ฝ่ายรัฐบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกายังคงมองว่า Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ง่ายขึ้นในแต่ละภาคส่วนที่ดำเนินงาน ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การอาหาร และยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) เปิดเผยว่าได้มีการพิจารณาให้ Blockchain เป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบ ทั้งยังติดตามแหล่งที่มาของวัตถุดิบ และวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร

องค์การอาหาร และยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) ยังระบุอีกว่า Blockchain สามารถช่วยติดตามแหล่งที่มาของส่วนผสมหลักของอาหารใหม่ ๆ เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดโรคที่มากับอาหารภายในประเทศได้อีกด้วย