CIA สร้างห้องปฏิบัติการใหม่เพื่อเทคโนโลยี Blockchain โดยเฉพาะ

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

สำนักข่าวกรองกลางแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำลังเพ่งเล็งมาที่เทคโนโลยี Blockchain โดยเฉพาะ พร้อมทั้งสร้างห้องปฏิบัติการทางการวิจัยห้องใหม่เพื่อรองรับการศึกษาเทคโนโลยีดังกล่าว

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
U.s. Central Intelligence Agency.png

สำนักข่าวกรองกลางแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ CIA ได้เปิดตัวห้องปฏิบัติการกลางภายใต้ชื่อ CIA Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัย และพัฒนาภายในองค์กรเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สำหรับความท้าทายในอนาคตโดยเฉพาะ

โดย CIA มองว่าเทคโนโลยี Blockchain เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของการรวบรวม, การประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลความมั่นคงแห่งชาติจากทั่วทุกมุมโลก

CIA สนใจในระบบ DLT and Blockchain อย่างมาก

CIA Labs จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องปฏิบัติการกลางในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 300 แห่ง ซึ่งห้องปฏิบัติการดังกล่าวได้เสนอแนวทางที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อก่อให้เกิดความท้าทายในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

ทางด้านฝ่ายวิจัยได้พุ่งความสนใจไปที่เทคโนโลยีโปรโตคอลบัญชีแยกประเภทแบบกระจายอำนาจอย่าง Distributed Ledger และ เทคโนโลยี Blockchain นอกจากนี้ก็ยังมีเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตอื่น ๆ อีกด้วย เช่น Quantum Computing, Human Interface Systems,วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Bioscience), เทคโนโลยีชีวภาพ, ปัญญาประดิษฐ์(AI), Virtual Reality, Augmented Reality และ Data Analytics

Dawn Meyerriecks
Dawn Meyerriecks ผู้อำนวยการหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่ง CIA 

Dawn Meyerriecks ผู้อำนวยการหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่ง CIA กล่าวว่า

“ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่านวัตกรรมที่แสนมหัศจรรย์บางส่วนนั้นต่างก็มาจากการคิดค้นของ CIA และด้วยความช่วยเหลือที่กำลังจะเกิดจาก CIA Labs ทำให้ในตอนนี้พวกเรายืนอยู่ในจุดที่ดีขึ้นในการที่จะพัฒนา รวมไปถึงลงทุนเพิ่มเติมให้กับเหล่านักวิทยาศาสตร์ และนักเทคโนโลยีต่อไป โดยแผนการพัฒนาในอนาคตของ CIA Labs จะช่วยให้พวกเรารักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน และปกป้องประเทศของเราได้”

Blockchain หนทางใหม่สู่อนาคตที่ดีกว่า

CIA Labs จะนำเสนอโอกาสใหม่ให้กับเจ้าหน้าที่ในการยื่นจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับแนวความคิดใหม่ ๆ โดยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Blockchain มาใช้ โดยพวกเขาเองก็จะได้รับการแบ่งเปอร์เซ็นต์ของผลกำไรจากการกระทำดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ฝ่ายรัฐบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกายังคงมองว่า Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ง่ายขึ้นในแต่ละภาคส่วนที่ดำเนินงาน ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การอาหาร และยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) เปิดเผยว่าได้มีการพิจารณาให้ Blockchain เป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบ ทั้งยังติดตามแหล่งที่มาของวัตถุดิบ และวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร

องค์การอาหาร และยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) ยังระบุอีกว่า Blockchain สามารถช่วยติดตามแหล่งที่มาของส่วนผสมหลักของอาหารใหม่ ๆ เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดโรคที่มากับอาหารภายในประเทศได้อีกด้วย

Read more about: