วิเคราะห์ราคา: ราคา BTC เตรียมพุ่ง หลังอยู่เหนือแนวต้านสำคัญสำเร็จ

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

Bitcoin ยังคงมั่นใจ เตรียมพุ่งทะลุแนวต้านต่อไปที่ 16,400 ดอลลาร์หลังรักษาตัวไว้เหนือระดับที่ 16,000 ดอลลาร์ได้หลายครั้ง

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Photo 1499294715495 24A847666A57

เดือนแห่งขาขึ้น

นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นักเทรดคริปโตทั่วโลกต่างได้ดีใจกันอีกครั้งหลังราคา Bitcoin เหรียญคริปโตหลักของตลาดทยานขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เหรียญคริปโตอื่นๆ ปรับราคาขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน โดยระดับในช่วงต้นเดือนก่อนที่ช่วงราคา 10,000 ดอลลาร์ จนกระทั่งแตะระดับที่ 13,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน จนต่อมาขึ้นไปอยู่เหนือราคาที่ 16,000 ดอลลาร์สำเร็จ ซึ่งในปัจจุบันมีการซื้อขายอยู่ที่ราคาดังกล่าวนั่นเอง

Image 5 3

แนวต้านด่านต่อไป

สำหรับแนวต้านที่กำลังรอคอย Bitcoin อยู่นั้นคือระดับราคา ที่ 16,400 ดอลลาร์ ซึ่งเหรียญดังกล่าวได้ขึ้นไปแตะสำเร็จเพียงครั้งเดียวก่อนที่จะกลับตัวลงมาอยู่ในจุดปัจจุบันซึ่งเป็นแนวรับสำคัญสำหรับช่วงขาขึ้นนี้ โดยนักวิเคราะห์หลายรายได้แสดงท่าทีเป็นบวกต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา โดยการคาดการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดไม่ว่าจะเป็นผ่าน Reddit หรือ twitter นั้นได้กล่าวถึงช่วงราคาต่อไปไว้ตั้งแต่ 16,200 ดอลลาร์จนกระทั่งถึง 17,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว

ทิศทางในระยะยาว

ในกราฟระยะสั้นนั้นเราอาจจะพบกับช่วงของการปรับระดับราคาลงอย่างมากได้ในหลายครั้ง เช่นที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ก่อนอย่างในวันที่ 8 และ9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่เมื่อมองตลาดในภาพรวมนับตั้งแต่กราฟราคาซึ่งมีกรอบเวลาตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไปนั้นจะพบว่าราคา Bitcoin นั้นยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอยู่และยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับตัวลดระดับลง

เสียงจากเศรษฐี Bitcoin

ท่ามกลางบรรดาความคิดเห็นของเหล่านักเทรด นาย Tyler Winklevoss ผู้บริหารของบริษัท Gemini และผู้ที่ร่ำรวยจาก Bitcoin มาก่อนนั้นได้ออกมากล่าวถึงความหวังที่มีต่อเหรียญดังกล่าว โดยมีใจความว่าเหรียญดังกล่าวนั้นกำลังไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ และเราอาจจะได้เห็นราคา Bitcoin สูงสุดครั้งใหม่ก่อนสิ้นปี 2020 ได้ โดยได้กล่าวว่าช่วงขาขึ้นที่ผ่านมานั้นยังไม่ใช่ช่วงขาขึ้นสูงสุดแต่อย่างได้แม้ว่าเหรียญ Bitcoin จะพุ่งกว่า4,000 ดอลลาร์ในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก็ตาม แต่นั่นยังไม่ใช่ที่สุดของขาขึ้นครั้งนี้

Read more about: