เรียกได้ว่าภาวะวิกฤตอย่างการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสนั้น “เหยียบ” เศรษฐกิจและธุรกิจทั่วโลกให้จมลงสู่พื้นดิน แต่ทว่าก็ยังมีอุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ไปเต็ม ๆ นั่นก็คือ ภาคเทคโนโลยี

วิกฤตที่อุ้มชูเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

แม้ว่าอนาคตจะเป็นเรื่องไม่แน่นอนสำหรับทุกอุตสาหกรรม แต่ทว่าเราสามารถพูดได้เต็มปากว่า Digital Trends นั้นถูกขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดย COVID-19

ไวรัสโคโรนาทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของประเทศมหาอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นจีน และสหรัฐฯ เติบโตอย่างรวดเร็วในด้านการดำเนินธุรกิจด้วยการที่ Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคมได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก

หนึ่งในนักวิเคราะห์ของเครือข่ายโทรทัศน์เคเบิลที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับตลาดหุ้นทั่วโลกอย่าง CNBC ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเติบโตของแนวโน้มดิจิทัลในจีนไว้ว่า

“ในด้านพฤติกรรมของผู้ใช้งาน การระบาดใหญ่ครั้งนี้ทำให้เกิดแรงกระตุ้นให้ธุรกิจดิจิทัลหลัก ๆ หลายแห่งดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก ซึ่งช่วยให้ธุรกิจบางส่วนเติบโตขึ้นอย่างมากเพื่อบรรลุประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจในเวลาอันสั้น”

สำหรับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของอเมริกาเองก็ได้ประโยชน์จากสภาวะที่เอื้อให้เกิดการทำธุรกรรมแบบไร้การสัมผัส ซึ่งทำให้ธุรกิจเทคโนโลยีตั้งแต่ e-Commerce ไปจนถึงอุตสาหกรรมวิดีโอเกมเติบโตขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Zoom, Netflix และ Amazon ที่ต่างได้เห็นจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นเนื่องจากทุกคนต่างหันมาทำทุกอย่างในบ้านเพื่อความปลอดภัย

เทคโนโลยีไม่ได้โตแค่ในด้านการใช้งาน

เนื่องจากการแพร่ระบาดที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุดได้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนั้นสำคัญสำหรับชีวิตของคนทั่วไปอย่างไร หุ้นด้านเทคโนโลยีเองจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยผลกำไรส่วนใหญ่จะถูกจัดสรรให้กับ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของอเมริกาเช่น Facebook, Amazon, Apple, Netflix และ Google (Alphabet) และ Microsoft

สำหรับบริษัทสายเลือดมังกรอย่าง Alibaba และ Tencent เองก็มีผลงานดีขึ้นในปีนี้โดยหุ้นของ Alibaba เพิ่มขึ้นถึง 30%

แล้ว Blockchain ได้รับประโยชน์หรือไม่?

เป็นที่แน่นอนว่าอัตราการนำเทคโนโลยีมาใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นก็จะเป็นประโยชน์ต่อบล็อกเชนด้วยเช่นกัน เนื่องจากกสหรัฐฯ และจีนกำลังปูทางสู่การสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological innovation)

ซึ่งทางประเทศจีนก็ไม่มัวเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยอย่างเช่นการวางกรอบการกำกับดูแลที่มากเกินจำเป็น และลุยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายอำนาจเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจทันที ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ และรัฐบาลท้องถิ่นของแดนมังกรได้ดำเนินโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชนทุกหนแห่ง แม้แต่ Alibaba ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนก็ใช้งาน Blockchain เช่นเดียวกัน

เปิดก่อนได้เปรียบ

Chris Larsen ผู้ร่วมก่อตั้ง Ripple เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าสงครามเย็นทางเทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดขึ้นจะได้รับชัยชนะจากประเทศที่ครองสกุลเงินดิจิทัล และสามารถทำให้การเปิดรับ Blockchain นั้นถือเป็นเรื่องปกติ

Jing Xiandong ประธาน Ant Group เคยให้การสนับสนุน Blockchain มาก่อนและเรียกมันว่า “การอัพเกรดดิจิทัล” เขาพูดว่า

“Blockchain จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการพลิกโฉมการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศเกี่ยวข้องกับผู้ทำงานร่วมกันหลายคนเช่นผู้ซื้อผู้ขายโลจิสติกส์ศุลกากรภาษีอากรประกันธนาคารเป็นต้น