จำนวนที่อยู่กระเป๋าสตางค์ของสกุลเงินดิจิทัลประเภทแรกของโลกอย่าง Bitcoin (BTC) ทั้งหมดที่มีสถานะ “ขาดทุน” กำลังอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนตามที่ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลชื่อดัง Glassnode ได้เปิดเผย โดยจำนวนที่อยู่ที่มีการขาดทุนอย่างหนักนั้นจะเป็นเหล่าที่อยู่ Bitcoin ที่ได้เข้าซื้อหรือรับ Bitcoinในช่วงที่สกุลเงินดิจิทัลชั้นนำนี้มีราคาแทบจะสูงที่สุด โดยมูลค่าราคาของ Bitcoin ที่พวกเขาถือนั้นสูงกว่าส่วนหนึ่งของราคาปัจจุบันของมันมากพอสมควรเลยทีเดียว

สถานการณ์ที่ทำให้ผู้คนได้ลืมตาอ้าปาก

ที่อยู่กระเป๋าสตางค์ทั้งหลายมักจะจมดิ่งสู่ความสูญเสียเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของโมเมนตัมราคาท่ามกลางตลาดกระทิงที่กำลังดำเนินอยู่ โดยจากข้อมูลของ Glassnode จำนวนที่อยู่กระเป๋าเงิน Bitcoin ที่ขาดทุนอยู่ที่ประมาณ 330,817.774 ใบ อ้างอิงตามค่าเฉลี่ยการเคลื่อนไหวที่ 7 วัน และได้รับการสำรวจ ณ ขณะที่ราคา BTC ลดลงไป 1.73% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเป็น 47,074.18 ดอลลาร์ต่อเหรียญ และข้อมูลนี้บอกเป็นนัยว่าผู้คนจำนวนมากได้รับผลกำไรมากกว่าการขาดทุน ณ วันนี้

และแม้ในอนาคตอาจจะมีสัญญาณการครอบครองตลาด Bitcoin โดยสถานะหมี (ตลาดขาลง) แต่สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดตามมูลค่าตลาดยังคงบันทึกเหตุการณ์สำคัญของข้อมูลออนไลน์ในเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยของเหรียญยังแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 1,188.31 ดอลลาร์ อีกด้วย

ความสำเร็จของการก้าวเข้าสู่ ATH ใหม่

ก่อนที่ตลาดหมีจะเข้าครอบครองตลาด Bitcoin ได้ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดกาล (All-time High - ATH) ครั้งใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์โดยทะลุระดับ 49,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก ซึ่งกระแสดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากข่าวของบริษัทย่อยของ Morgan Stanley ที่รู้จักกันในชื่อ Counterpoint Global ได้วางแผนที่จะใช้ Bitcoin ด้วยเงินที่มีทั้งหมด

การพุ่งทยานของราคา Bitcoin ที่ทลายจุดATH ซ้ำไปซ้ำมาอย่างต่อเนื่อง อาจเนื่องมาจาก HODLers หรือนักลงทุนแบบถือยาวบางรายได้รับผลกำไรมหาศาลจากฤดูกาล Bull run อันแสนแปลกประหลาดในรอบนี้ โดยเป้าหมายราคาของ Bitcoin นั้นถูกตั้งไว้ในราคาที่ 50,000 ดอลลาร์ ที่แม้จะดูสูงมากหากมองจากปีก่อน ๆ แต่ทว่ามันกลับดูเป็นไปได้มากขึ้นกว่าเดิมมาก และอาจจะก้าวข้ามได้มากกว่านี้อีก เพราะเมื่อมีนักลงทุนสถาบันหลักจำนวนมากขึ้นที่ไหลเข้ามาในวังวนของ Bitcoin นั่นทำให้โอกาสที่สกุลเงินดิจิทัลจะแซงหน้าผลกำไรในปีที่ผ่านมานั้นสูงมากขึ้นไปอีก