Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

ผู้คนลงทุนคริปโตพุ่งสูงขึ้นเป็น 2 เท่านับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ผู้คนลงทุนคริปโตมากขึ้น โดยเพิ่มมากขึ้นถึง 100 ล้านคนทั่วโลก

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ผู้คนลงทุนคริปโต

รายงานเว็บไซต์ Crypto.com ชี้ว่า กระแสความนิยมในตลาดคริปโตพุ่งสูงขึ้นเป็น 2 เท่าจากการที่มีนักลงทุนคริปโตเพิ่มมากขึ้น

ผู้คนลงทุนคริปโตมากขึ้นกว่า 100 ล้านคน

โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคมนั้น ประชากรเข้ามาลงทุนในตลาดคริปโตพุ่งสูงขึ้นเป็น 2 เท่า จาก 106 ล้าน มาเป็น 203 คนภายในระยะเวลา 4 เดือน

ชี้ให้เห็นว่า ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่มีการขับเคลื่อนเดินหน้าเติบโตอย่างรวดเร็วภายในปีนี้

โดยเว็บไซต์ Crypto.com ในฐานะบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่ได้เปิดเผยรายงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับการประเมินผู้เข้ามาเทรดคริปโตในการซื้อขายทั่วโลก โดยพบว่าจำนวนผู้เข้ามาเทรดคริปโตทั่วโลพุ่งสูงขึ้นเป็น 2 เท่าจาก 100 ล้านคนในเดือนมกราคมสู่ 221 ล้านภายในเดือนมิถุนายน

Person Holding Iphone 6 Near Macbook Pro

ทางบริษัทเน้นย้ำว่า ตลาดคริปโตมีการปรับตัวจนเติบโตอย่างรวดเร็วภายในปีนี้ เพียงแค่ 4 เดือนก็มีนักลงทุนคริปโตหลั่งไหลเพิ่มมากขึ้นจาก 106 ล้าน มาเป็น 203 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วง 9 เดือนก่อนหน้านี้จะพบว่า ผู้เข้ามาเทรดคริปโตทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นจาก 100 ล้านคนจากตอนแรก 65 ล้านคนนับตั้งแต่ที่เว็บไซต์ Crypto.com ได้ทำการติดตามการปรับตัวของตลาดคริปโต

บิทคอยน์กับ Ethereum อาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาด

ผลลัพธ์ของงานวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า บิทคอยน์ (BTC) กับเหรียญ Ethereum (ETH) สองเหรียญที่ได้รับความนิยมสูงสุดนั้น กำลังสูญเสียส่วนแบ่งทางตลาดมากขึ้น ในขณะที่จำนวนผู้ใช้ส่วนใหญ่เริ่มหันไปซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดอื่น ๆ ที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น

เช่นกันงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ปีนี้มีผู้เข้ามาเทรดคริปโตจำนวนมากจนทำให้เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่เติบโตมากขึ้น ทำให้เหรียญชนิดอื่น ๆ มีแนวโน้มเติบโตมากกว่าบิทคอยน์อย่างมีนัยสำคัญ

สอดคล้องกับการค้นพบของ Crypto.com ที่ชี้ว่า altcoin นั้นเป็นเหรียญที่ผู้เข้ามาใหม่ให้ความสนใจไม่แพ้เหรียญ Dogecoin (DOGE) กับเหรียญ Shiba ที่เป็นเหรียญรูปสุนัขชิบะที่คล้ายคลึงกันกับเหรียญ DOGE

Read more about: